Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2552

แนวทางการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่มีลักษณะทางภูมิทัศน์-วัฒนธรรมที่โดดเด่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน : กรณี ชุมชนเรือนแพและชุมชนริมแม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี

อมร กฤษณพันธุ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2552

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างรวดเร็วผนวกกับกระแสโลกาภิวัฒน์ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงภายใน ท้องถิ่นของประเทศไทยอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นภายในหมู่บ้านหรือเมืองโดยเฉพาะอย่างขึ้นที่ภูมิ ทัศน์ทางวัฒนธรรมต่างๆ ซึ่งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นสามารถดึงดูดจำนวนนักท่องเที่ยวที่ สูง มีผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ผลที่เกิดจาก การพัฒนาอช่างรวดเร็วภายใต้การ วางแผนและการจัดการอย่างไม่เหมาะสมได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมด่างๆ เหล่านั้นเป็นอย่างมาก ส่งผลพื้นที่ภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมมีความเสื่อมโทรมและละลดบาทลง โดยการ พัฒนาเหล่านั้นเป็นสาเหตุหลักและที่มาของงานวิจัยขึ้นนี้ ซึ่งเป็นความท้าทายในการสร้างแนวทางการ อนุวักข์มรคกพารวัฒนรรรมที่มีลักษณะพารภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่ไลลเห็นเพื่องที่ริมที่ยา อย่างยั่งยืน ชุมชนเรือนแพ และชุมชนริมแม่น้ำสะแกกรังเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีความสำคัญตลอดอดีด จนถึงปัจจุบัน และมีลักษณะที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ทางภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม โดยการศึกษาครั้งนี้มี วัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาและวิเคราะห์ลักษณะทางสถาปัดขกรรม สภาพแวดล้อมของเรือนแพและ ชุมชนริมน้ำ ลักษณะการให้และรับบริการระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการ คลอดจนสภาพเศรษฐกิจ สังคมวิถีชีวิต (2) ศึกษาและวิเคราะห์ศักยภาพและข้อจำกัดในประเด็นของการอนุรักษ์และพัฒนาเพื่อ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งในด้านกายภาพ สังคมเศรษฐกิจและทัศนคดีของประชาชน ดลอดจนนโยบาย ข้อกฎหมายและมาตรฐานต่างๆ และ (3) ศึกษาแนวทางการอนุรักษ์เรือนแพและชุมชนริมน้ำ สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของชาวเรือนแพและชุมชนริมน้ำให้สอดคล้องกับการพัฒนา คลอดจนวิถีชีวิต และภูมิทัศน์ริมน้ำโดขการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งขึ้น โดยผลจาก การศึกษาพบว่า การอนุรักษ์ชุมชนเรือนเเพมีมาตรการหรือแนวทางการอนุรักษ์ที่กำหนดไว้เพื่อชาว เรือนแพมีส่วนประกอบ 2 ส่วน คือ ส่วนแรก คือ ส่วนการอนุรักษ์ เนื่องจากชุมชนเรือนแพเป็นรูปแบบ ทางมรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นผลมาจากกระบวนการพัฒนาของสังคม การดำรงชีวิตที่มีความเกี่ยวข้อง กับสิ่งแวดล้อมที่อาศัยอยู่ สามารถแบ่งได้ 2 ประเภทของสิ่งที่ต้องอนุรักษ์ คือ 1) ตัวอาคารเรือนแพและ สภาพแวดล้อม และ 2) ลักษณะการอยู่อาศัยและวิถีชีวิต ตลอดจนลักษณะทางสังคมเศรษฐกิจและ วัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ที่สืบทอดมาดลอดตั้งแต่อดีด และส่วนที่สอง คือ ส่วนการ ปรับปรุงและพัฒนา ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งของการอนุรักษ์เช่นเดียวกันสามารถสรุปแนวทางการอนุรักษ์ ได้ใน 5 รูปแบบ คือ (1) มาตราการสร้างแรจูงใจ (2) การประชาสัมพันธ์ (3) การจัดตั้งหน่วยงานหรือ องค์กร (4) มาตรการทางกฎหมายหรือข้อบังคับในการออกแบบและการปรับปรุง และ (5) การพัฒนา พื้นที่ โดยในการปวันปรุงการพิจารฉาโลกละอีกเพื่อป็นเห็นการปลี่องหรือกากหมือการปัคมความ แท้จริงของลักษณะอาคารพักเรือนแพดลอดจนวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้อง เพราะเรือนแพเป็นรูปแบบหนึ่งของ อาคารที่มีพธวัตรวัฒนธรรมและสะฮอดป้องกับพฤติกรรม วิชีวิตเละสภาพมาพเวดอ็ม

คำสำคัญ

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Conservation-Oriented Tourism) มรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage) แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage Site) ภูมิทัศน์วัฒนธรรม (Cultural Landscape) <BR><BR>

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างสำหรับการอำนวยความสะดวกสาธารณะในการท่องเที่ยวโดยชุมชน

วันดี พินิจวรสิน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การจัดการความรู้เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนดอยผาหมี วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย

น้ำทิพย์ เสมอเชื้อ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

แนวทางการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ที่มีลักษณะทางภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่โดดเด่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน : กรณีชุมชนเรือนแพและชุมชนริมแม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี

อมร กฤษณพันธุ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2553

การศึกษารูปแบบการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน : กรณีศึกษา จังหวัดลำปาง

รุ่งนภา เลิศพัชรพงศ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2561

การสร้างรูปแบบการจัดการการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมให้ยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง โดยชุมชนมีส่วนร่วม : ชุมชนไทใหญ่บ้านถํ้าลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

ศุภกร ประทุมถิ่น กระทรวงวัฒนธรรม พ.ศ. 2553

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน กรณีศึกษา อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี

ศิวัช ศรีโภคางกุล มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2561

การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ศึกษากรณีเขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

สัณหณัฐ จักรภัทรวงศ์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี พ.ศ. 2561

การเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการพัฒนากำลังคนระดับสูงต่อการจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเขตเศรษฐกิจตะวันออก กรณีจังหวัดชลบุรี

จิรานุช โสภา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2564

โครงการ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนเพื่อตอบสนองต่อช่องว่าง ระหว่างความคาดหวังและการรับรู้ของนักท่องเที่ยวตามเส้นทางท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน: กรณีศึกษา ประเทศไทย (เชียงราย/เชียงแสน)สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า (เชียงตุง) สาธารณรัฐประชาชนจีน(เชียงรุ้ง) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (เชียงทอง หลวงพระบาง)

สุพาดา สิริกุตตา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2556

แนวทางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวเชิง นิเวศน์อย่างยั่งยืน ในประเทศไทย

ลักษณาวดี บุญยะศิรินันท์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ พ.ศ. 2559