Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

การจัดการความรู้เพื่อยกระดับศักยภาพชุมชนด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานของชุมชนในบางแห่งคลองร้อยสาย จังหวัดสุราษฏร์ธานี

ณัฐวุฒิ สุวรรณทิพย์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

สุราษฎร์ธานี เป็นเมืองแห่งสายน้ำ นอกจากน้ำทะเลแล้วยังมีแม่น้ำตาปีเป็นหัวใจสำคัญก่อนแยกออกเป็นคลองสาขาน้อยใหญ่ไหลเลาะเลี้ยวไปตามแผ่นดินเรียกกันว่า “คลองร้อยสาย” เชื่อมโยงพื้นที่ 6 ตำบลของอำเภอเมือง ชาวบ้านเรียกชุมชนเหล่านี้ว่า “ชุมชนในบาง” มีตั้งแต่บางใบไม้ บางไทร บางโพธิ์ บางชนะ ไปจนถึงคลองฉากและคลองน้อย ใช้การสัญจรทางเรือเป็นหลัก และเมื่ออยู่ใกล้น้ำก็ต้องทำประมงและทำสวน ทั้งสวนมะพร้าวและสวนจาก แม้ปัจจุบันนี้จะมีถนนที่ทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น แต่ทางเรือก็ยังใช้อยู่ ซึ่งทำให้วิถีชีวิตของคนในชุมชนคลองร้อยสายนั้นมีบรรยากาศบ้านสวนริมคลองในอดีต ความพิเศษของชุมชนคลองร้อยสายคือ เป็นชุมชนที่ใช้ชีวิตริมสองฝั่งคลอง แบบดั่งเดิม ถึงแม้จะอยู่ไม่ไกลจากในเมืองมากนัก คนภายนอกชุมชนเรียกคนย่านนี้ว่า “คนในบาง“ ซึ่งชาวชุมชนก็ยอมรับสรรพนาม ดังกล่าว และบอกตัวตนว่า “เราเป็นคนในบาง” มีวิถีเหมือนพี่น้องผองชาวสำพรำ (สวนผสมผสาน) ชุมชนในบาง เป็นชุมชนโบราณในอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่มีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำไหลผ่าน ตั้งอยู่บนพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่เกิดจากการทับถมของดินตะกอนสะสมบริเวณปากอ่าวบ้านดอน มีลำคลองน้อยใหญ่มากมายหลายสายเชื่อมร้อยต่อกันเป็นตาข่ายจนได้รับการขนานนามว่า “ดินแดนแห่งคลองร้อยสาย” ที่นี่ยังคงรักษาวิถีชีวิตชุมชนที่พักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำ กับความเป็นชนบทที่แฝงอยู่ในตัวเมืองได้อย่างลงตัว ด้วยลักษณะทางภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ได้รับอิทธิพลทั้งจากน้ำจืดและน้ำทะเล จึงทำให้ชุมชนในบาง ประกอบไปด้วยพืชพรรณส่วนใหญ่เป็นพืชที่ชอบน้ำกร่อย โดยเฉพาะ “มะพร้าว ต้นจาก ป่ากล้วย สวนกระท้อน และอาหารทะเลสดๆ” ที่รวมกันเป็นเส้นทางท่องเที่ยว “พร้าว-กล้วย-จาก-ท้อน-เล” ซึ่งเป็นจุดเด่นของพื้นที่ 6 ตำบลของชุมชนในบาง ถือเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดให้มีกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยวให้กับชุมชนในบาง และเมื่อรัฐมีนโยบายในการส่งเสริมด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ชุมชนในบาง อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ได้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญที่หนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งพื้นที่ 6 ตำบลของชุมชนในบาง ประกอบด้วย “ 4 บาง 2 คลอง ”ได้แก่ ตำบลบางใบไม้ ตำบลบางโพธิ์ ตำบลบางไทร ตำบลบางชนะ ตำบลคลองน้อย และตำบลคลองฉนาก ซึ่งมีรายละเอียดเชิงพื้นที่และวิถีอัตลักษณ์ดังนี้ ตําบลบางใบไม้ มีพื้นที่ประมาณ 10.14 ตารางกิโลเมตร หรือ 6,337.50 ไร่ (จากการคํานวณโดย ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์) มีที่ตั้งอยู่บริเวณทางด้านเหนือของแม่น้ำตาปี โดยทิศเหนือติดกับ องค์การบริหารส่วนตําบลบางไทร ทิศตะวันออก ติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตําบลบางชนะ ด้านทิศตะวันตก ติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตําบลบางไทรและองค์การบริหารส่วนตําบลคลองน้อย และทิศใต้ ติดต่อกับ แม่น้ำตาปี มีอัตลักษณ์และวัฒนธรรมเฉพาะพื้นที่คือ มะพร้าวและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวทุกชนิด โดยเฉพาะน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เพราะมะพร้าวในบางแห่งลุ่มน้ำตาปีได้ชื่อว่าเป็นมะพร้าวพันธุ์ดีที่สุด โดยมีความมันของมะพร้าวและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และได้ชื่อว่า “มะพร้าว 2 น้ำ” เนื่องจากปลูกในพื้นที่ 2 น้ำ คือน้ำเค็มกับน้ำจืด ซึ่งเป็นบริเวณที่อุดมสมบูรณ์อันเป็นแหล่งวัตถุดิบในท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก เนื่องมาจากความต้องการมะพร้าวในพื้นที่จำนวนมากและสามารถสกัดเย็นน้ำมันมาใช้ได้ในด้านส่งเสริมสุขภาพ การนวดเพื่อสุขภาพ บำรุงผิวและดื่มกินเพื่อสุขภาพโดยปราศจากสารเจือปน และที่สำคัญที่สุด คือ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นช่วยบำรุงรักษาสุขภาพให้แข็งแรง รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายทางด้านการอุปโภค-บริโภค ชุมชนบางใบไม้มีสูตรเฉพาะในการผลิตน้ำมันมะพร้าวจากภูมิปัญญาชาวบ้านดั้งเดิม นำมาปรับปรุงด้านคุณภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าและเพื่อใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมด้านสุขภาพ ใช้วัตถุดิบใช้ท้องถิ่น มาผลิต จำหน่าย โดยชุมชนได้รับประโยชน์ร่วมกัน ตําบลบางโพธิ์ มีพื้นที่ประมาณ 12.62 ตารางกิโลเมตร หรือ 7,887.50 ไร่ (จากการคํานวณโดยระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์) โดยทิศเหนือ ติดต่อกับคลองพุนพิน ทิศตะวันออก ติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตําบลบางไทร ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตําบลลีเล็ด ในเขตอําเภอพุนพิน และทิศใต้ ติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตําบลคลองน้อย มีอัตลักษณ์และวัฒนธรรมเฉพาะพื้นที่คือ ผลิตภัณฑ์จากกล้วย ซึ่งกล้วยในบางจะเป็นกล้วยน้ำว้า มีรสหวาน หอม ไส้สีเหลืองและไม่มีเมล็ดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ รวมถึงมีเรือพระที่ทำจากเปลือกหอยซึ่งชนะเลิสการประกวดเรือพระในประเพณีชักพระของจังหวัดเป็นความภูมิใจของคนในพื้นที่ ตําบลบางไทร มีพื้นที่ประมาณ 12.55 ตารางกิโลเมตร หรือ 7,843.75 ไร่ (จากการคํานวณโดยระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์) โดยทิศเหนือ และทิศตะวันออก ติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตําบลบางชนะ ด้านทิศตะวันตก ติดต่อกับองค์การบริหาร ส่วนตําบลคลองน้อยและองค์การบริหารส่วนตําบลบางโพธิ์ และทิศใต้ ติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตําบล บางใบไม้และองค์การบริหารส่วนตําบลคลองน้อย มีอัตลักษณ์และวัฒนธรรมเฉพาะพื้นที่คือ ผลิตภัณฑ์จากต้นจากทุกชนิด ต้นจากกับคนในบางมีความผูกพันมายาวนาน คนในบางเมื่อจำความได้ก็เจอจาก เพราะทุกบ้านจะมีจาก สมัยก่อนเด็กในบางหัดว่ายน้ำจะเอาทางจากหรือลูกมะพร้าวแห้งมาทำเป็นเสื้อชูชีพ ใบจากสามารถเอามาทำขนมจาก ยอดเราเอามาทำยาสูบและใบจากนำมาทำจักสานได้ ส่วนดอกจาก สามารถนำมาทำอาหารขึ้นชื่อที่เรียกว่า ยำนกจาก ตําบลบางชนะ มีพื้นที่ประมาณ 12.90 ตารางกิโลเมตร หรือ 8,062.50 ไร่ (จากการคํานวณ โดยระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์) มีที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอําเภอเมืองสุราษฎร์ธานี โดยทิศเหนือ ติดต่อกับอ่าวบ้านดอนทิศตะวันออก ติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตําบลคลองฉนาก ทิศตะวันตก ติดต่อกับ องค์การบริหารส่วนตําบลบางใบไม้ และทิศใต้ ติดต่อกับแม่น้ำตาปี และองค์การบริหารส่วนตําบลคลองฉนาก มีอัตลักษณ์และวัฒนธรรมเฉพาะพื้นที่คือ การทำประมงพื้นบ้าน โดยใช้เรือลำไม่ใหญ่ เนื่องจากพื้นที่อยู่ติดทะเลจึงไม่มีเกษตรกรรมเพราะน้ำเค็มเยอะกว่าน้ำจืด โดยมีผลิตภัณฑ์กระปิ (เคย) ซึ่งทำจากกุ้งเคย(กุ้งตัวเล็กๆ) เป็นผลิตภัณฑ์จากทะเลของวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ ตําบลคลองน้อย มีพื้นที่ประมาณ 19.90 ตารางกิโลเมตร หรือ 12,437.50 ไร่ (จากการคํานวณโดยระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์) มีที่ตั้ง อยู่ทางด้านตะวันตกของอําเภอเมืองสุราษฎร์ธานี โดยทิศเหนือ ติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตําบลบางโพธิ์ ทิศตะวันออก ติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตําบลบางไทร และองค์การบริหารส่วนตําบลบางใบไม้ ทิศตะวันตก ติดต่อกับ คลองพุนพิน และตําบลบางโพธิ์ และทิศใต้ ติดต่อกับแม่น้ำตาปีและเทศบาลตําบลวัดประดู่ มีอัตลักษณ์และวัฒนธรรมเฉพาะพื้นที่คือ อาชีพดั้งเดิมคือปลูกผัก ผลไม้ เป็นอาชีพ เนื่องจากคนในพื้นที่ส่วนใหญ่อพยพมาจากภาคกลาง (จังหวัดราชบุรี นครปฐม) ทำให้คนส่วนใหญ่ในพื้นที่ใช้ภาษากลางในการสื่อสาร คนในบางตำบลอื่นๆจึงมักเรียกคนคลองน้อยว่า “คนเมืองใน” ซึ่งหมายถึง คนเมืองที่อยู่ในบาง ที่คลองน้อยจะมีกระท้อนซึ่งหวาน นุ่มเหมือนปุยฝ้าย ซึ่งมีชื่อเสียงมากและมีการจัดงาน เทศกาลกระท้อนหวานคลองน้อย ในช่วงเดือนกรกฏาคมเป็นประจำทุกปี ตําบลคลองฉนาก มีพื้นที่ประมาณ 21.50 ตารางกิโลเมตร หรือ 13,437.50 ไร่ (จากการคํานวณ โดยระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์) โดยทิศเหนือ ติดต่อกับอ่าวบ้านดอน ทิศตะวันออก ติดต่อกับอ่าวบ้านดอน ทิศตะวันตก ติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตําบลบางชนะ และทิศใต้ ติดต่อกับเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี มีอัตลักษณ์และวัฒนธรรมเฉพาะพื้นที่คือ คนในชุมชนคลองฉนากส่วนใหญ่อพยพมาจากอำเภอไชยาและอยู่ร่วมกันมายาวนานถึง100ปี สาเหตุที่มาในบางเพราะเมื่อก่อนในพื้นที่ทำนาข้าวและเมื่อก่อนที่ดินอุดมสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ทำการประมงพื้นบ้านและขายอาหารทะเล ซึ่งอาหารทะเลของคลองฉนากขึ้นชื่อเรื่องความสดและราคาย่อมเยาว์เพราะชาวประมงจับและปรุงให้ทานในพื้นที่ นอกจากนี้ลำคลองในส่วนของตำบลคลองฉนากยังมีอุโมงค์หิ่งห้อยที่สวยที่สุดของจังหวัดสุราษฏร์ธานีอีกด้วย ในการบูรณาการงานวิจัยสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานในการบริหารจัดการของชุมชนในบางแห่งคลองร้อยสาย จังหวัดสุราษฏร์ธานี นอกจากจะต้องมีการบริหารจัดการที่ดีแล้ว การสร้างคุณค่าในตราสินค้าก็มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ลูกค้าสามารถจดจำได้เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนผ่านการสำรวจ วิเคราะห์ศักยภาพของชุมชน วางแผนดําเนินการ พัฒนาขีดความสามารถด้านการตลาด และประเมินผลกิจกรรมโครงการฯ เพื่อให้ บรรลุเป้าหมายหลักของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน และนักท่องเที่ยวได้รับคุณค่าจากการ ท่องเที่ยว เรียนรู้ประสบการณ์จากการท่องเที่ยว นําเสนอข้อมูลทางการท่องเที่ยวของชุมชนไปสู่ นักท่องเที่ยว โดยใช้เครื่องมือทางการตลาด และการสื่อความหมายการท่องเที่ยวเพื่อสร้างตราสินค้าของชุมชนในบางแห่งคลองร้อยสายเพื่อเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยว

คำสำคัญ

การสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด (marketing value-added)ห่วงโซ่มูลค่า (value chain)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การสร้างสำนึกความเป็นถิ่นที่อย่างมีส่วนร่วมชุมชนย่านคลองบางหลวง

สุพิชชา โตวิวิชญ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2560

การพัฒนาชุมชนเศรษฐกิจหมุนเวียนเชิงบูรณาการด้วยนวัตกรรมการเชื่อมต่อระบบขนส่งทางน้ำ

ภาวิณี เอี่ยมตระกูล สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

ศักยภาพชุมชนเพื่อการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน กรณีศึกษาชุมชน อ่างเก็บน้ำลำพอก จังหวัดสุรินทร์

นัขนลิน อินทนุพัฒน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2563

แนวทางการจัดทำแผนแม่บทชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผ่านโครงข่ายเชิงพื้นที่และเครือข่ายทางสังคมวัฒนธรรม ตลาดชุมชนริมน้ำลำพญา ลุ่มน้ำนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

ฐปณี รัตนถาวร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2560

ความสัมพันธ์ของการใช้พื้นที่เปิดโล่งริมคลองโอ่งอ่างกับชุมชนบริเวณโดยรอบ

สินีนาถ ศุกลรัตนเมธี มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2563

การศึกษาศักยภาพเชิงพื้นที่คลองบางพรม

อัสดาภรณ์ เกียรติธนวัฒน์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2566

แนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตลาดน้ำบางหลวง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

จันทกร ชาติสิริ มหาวิทยาลัยคริสเตียน พ.ศ. 2553

วิถีชุมชนสี่แยกทางน้ำ : วิถีเมือง วิถีคน ชุมชนที่แปรเปลี่ยน

วันวร จะนู มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พ.ศ. 2551

การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงนิเวศชุมชนริมน้ำตลาดสามอำเภอ จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม

ฐิติมา สิริหิรัณยานนท์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2564

รูปแบบสารสนเทศเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนลุ่มน้ำโขง

มาโนช ชาบรา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2558