วัฒนธรรมด้านอาหาร ในประเพณีวันสารทเดือนสิบ สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่องวัฒนธรรมด้านอาหารในประเพณีวันสารทเดือนสิบ สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษารูปแบบ แนวคิด นัยยะ และภูมิปัญญาวัฒนธรรมด้านอาหารในประเพณีสารทเดือนสิบภาคใต้ ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (2) สร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากรูปแบบ แนวคิด นัยยะ และภูมิปัญญาของวัฒนธรรมด้านอาหารในประเพณีสารทเดือนสิบภาคใต้ (3) ส่งเสริมการท่องเที่ยวตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงสร้างสรรค์ โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการลงพื้นที่ชุมชน กลุ่มนักท่องเที่ยว ด้วยเครื่องมือแบบสอบถามและแบบประเมิน สถิติที่ใช้ในการศึกษา ได้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยมีกระบวนการด้านการออกแบบ ได้แก่ ขั้นพัฒนาแบบร่าง 2 มิติ ขั้นพัฒนาแบบร่าง 3 มิติ ขั้นการพัฒนาต้นแบบ และต้นแบบผลิตภัณฑ์จริง ผลวิจัยพบว่าอาหารในประเพณีวันสารทเดือนสิบอันเป็นหัวใจหลักและขาดไม่ได้มี 5 ชนิดคือ ขนมลา ขนมเจาะหู ขนมพอง ขนมบ้า และขนมไข่ปลา นอกเหนือจากขนมทั้ง 5 ชนิด ยังมีอาหารประกอบชนิดอื่นๆ ที่นิยมใช้ในงานบุญสารทเดือนสิบ คือ ขนมต้มสามเหลี่ยม ขนมเทียน ขนมฉาวหาย กายาสารท และแกงสมรม ซึ่งอาหารแต่ละชนิดล้วนมีนัยยะและภูมิปัญญาที่แตกต่างกันออกไป จากข้อมูล แนวความคิด และกระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ได้ข้อสรุปเป็นผลิตภัณฑ์ 4 ชุด คือ ชุดตุ๊กตาพวงกุญแจกลุ่มบาติกโกเมนทร์ ชุดของใช้ส่วนตัว(กระเป๋า)กลุ่มโหนดทิ้ง ชุดของตกแต่งกลุ่มโหนดทิ้ง และชุดของใช้อุปกรณ์สำนักงานกลุ่มบ้านเห็ดสวนเพชรปลายนา ผลจากการประเมินความพึงพอใจ พบว่าผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก ชุดที่ 1 ตุ๊กตาพวงกุญแจจากผ้าบาติก มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 4.61 (S.D = 0.48) ชุดที่ 3 ของประดับตกแต่งมีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 4.57 (S.D = 0.45) ชุดที่ 4 ของใช้อุปกรณ์สำนักงาน มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 4.42 (S.D = 0.64) และชุดที่ 2 ของใช้ส่วนตัว กระเป๋าจากเส้นใยตาลโตนดมีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 4.41 (S.D = 0.72) ตามลำดับ โดยการออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งพบว่าต้นแบบผลิตภัณฑ์สามารถนำไปสู่การผลิตชิ้นงานสู่การขายได้จริง และภาพรวมผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับดี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.50 (S.D = 0.57) เสนอให้เป็นแนวทางในการต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของกลุ่ม ที่ตรงตามความต้องการของนักท่องเที่ยวและตลาดในปัจจุบัน โดยต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น มีความหลากหลาย ใช้ประโยชน์ได้จริง วัสดุแสดงออกถึงอัตลักษณ์ของงานหัตถกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงสามารถสื่อสารถึงแนวคิดเรื่องวัฒนธรรมอาหารในประเพณีสารทเดือนสิบได้เป็นอย่างดีคำสำคัญ : ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก, วัฒนธรรมอาหาร, ประเพณีสารทเดือนสิบ