กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยเรื่องนี้ มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการ และวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชนในการสร้างพื้นที่ทำงานร่วม ในบริเวณพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-คอกม้า ผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบ กลุ่มตัวอย่างคือกลุ่มผู้นำ กลุ่มผู้สูงอายุ, กลุ่มผู้ประกอบการท้องถิ่น และกลุ่มเยาวชน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง Purposive Sampling และ แบบลูกโซ่ Snowball Sampling ในส่วนของการตอบแบบสอบถาม ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) จำนวน 200 คน ที่อยู่ในพื้นที่ตำบลโป่งแยง ทั้งนี้คณะผู้วิจัยได้ใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Method Research) ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณคือแบบสอบถาม (Questionnaire) วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยใช้ความถี่ (Frequency) และร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพคือการสนทนากลุ่ม (Focus Group) และการวิเคราะห์ข้อมูลโดยเนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า จากการใช้แบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามมีความต้องการในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นอันดับแรก และด้านจุดประสงค์การใช้งานรองลงมา สอดคล้องกับผลจากการใช้แบบสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม ที่ความต้องการเกี่ยวกับการสร้างพื้นที่การทำงานร่วมของชุมชนในตำบลโป่งแยงแตกต่างจาก Co-Working Space ที่มีอยู่โดยทั่วไป คือ ชุมชนต้องการให้สถานที่ทำงานร่วมเป็นพื้นที่ที่ทุกคนเข้าถึงได้ โดยเป็นที่ของส่วนกลางของชุมชน โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หรือใช้จ่ายน้อย และจุดประสงค์หลักของการใช้สถานที่นี้ต้องการให้เป็นพื้นที่รวมตัวในการทำกิจกรรม การค้าขายสินค้าชุมชน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคนแต่ละกลุ่มในชุมชน และมีความคิดเห็นที่คล้ายคลึงกันว่าสถานที่ที่เหมาะจะเป็นพื้นที่ทำงานร่วมคือ บริเวณในองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งแยงด้านการให้ความรู้ และสร้างความตระหนักเกี่ยวกับทุนทางสังคมของพื้นที่สงวนชีวมณฑล แม่สา-คอกม้า ทำให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงความสำคัญ รับรู้ศักยภาพ และใช้ประโยชน์จากการเป็นพื้นที่ที่อยู่ในสถานที่ที่มีความสำคัญระดับโลกได้เพิ่มมากขึ้น ช่วยกระตุ้นทำให้มีบทบาทในการอนุรักษ์พื้นที่ และใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างเห็นคุณค่ามากขึ้นคำสำคัญ: พื้นที่ทำงานร่วม, ฐานทุนทางสังคม, พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-คอกม้า, กระบวนการคิดเชิงออกแบบ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
.
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. formulation of problem, proposed solution(s) and potential impact, expected societal readiness; identifying relevant stakeholders for the project.
การวิจัยนี้ทบทวนแนวคิดและหลักการในการพัฒนาผู้นำชุมชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคือ ตัวแทนกลุ่มหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องในชุมชนโดยรอบพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-คอกม้า โดยนำผลจากการระดมความเห็น มารวบรวมและวิเคราะห์ร่วมกับสถานการณ์ด้านการจัดการและการใช้ประโยชน์พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-คอกม้า เพื่อพัฒนาผู้นำชุมชนต้นแบบที่มีคุณลักษณะ คือ 1) สามารถใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อสร้างแผนพัฒนาชุมชนบนฐานทรัพยากรพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-คอกม้า 2) การรวบรวมทรัพยากรและความหลากหลายทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อพัฒนาเกิดธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สอดคล้องกับทรัพยากรในพื้นที่พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-คอกม้า 3) ทักษะการจัดการความเสี่ยงและผลกระทบอาจเกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-คอกม้า
การกำหนดปัญหา การเสนอแนวคิดในการพัฒนาหรือการแก้ปัญหาและคาดการณ์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องในโครงการ (formulation of problem, proposed solution(s) and potential impact, expected societal readiness; identifying relevant stakeholders for the project.)ในส่วนของเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-คอกม้า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ อีกทั้งสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) รวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งแยง นอกจากนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียระดับพื้นที่มีความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ และต้องการพัฒนาอย่างเต็มกำลัง เนื่องจากมีความพร้อมทางทรัพยากรอยู่เป็นต้นทุนแล้วในระดับดีมาก.