การพัฒนาจิตโดยใช้หลักสติเป็นฐานในศตวรรษที่ ๒๑
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยมีเป้าหมาย ๓ ประการคือ ๑)ศึกษาหลักและทฤษฎีเกี่ยวกับสติ ๒) ศึกษาแนวทางการปฏิบัติสติ และ ๓) วิเคราะห์ผลของการพัฒนาจิตโดยใช้สติเป็นฐานในศตวรรษที่ ๒๑ โดยมีวิธีการดำเนินการวิจัยคือ การรวบรวมข้อมูลเชิงเอกสารจากแหล่งปฐมภูมิคือ พระไตรปิฎก ฎีกา อนุฎีกา อรรถกา เป็นต้น ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาจิตโดยใช้สติ และจากแหล่งทุติยะภูมิ คือ หนังสือ เอกสาร และตำรา จากนักวิชาการทั้งทางด้าน และแจกแบบสอบถาม รวมทั้งสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายและวิเคราะห์แนวคิดและแนวทางปฏิบัติที่เป็นไปได้จากหลักข้อมูลเหล่านี้ผลการวิจัยนี้ได้พบว่า ๑) หลักที่สำคัญและเนื้อของสติที่นำมาใช้ในการพัฒนาจิต คือ หลักของสติปัฎฐาน ๔ คือ กายานุปัสสนาสติปัฎฐาน คือ การตั้งสติกำหนดพิจารณากายให้รู้ตามความเป็นจริง ซึ่งมีการปฏิบัติคือ การกำหนดลมหายใจ หรือเรียกว่า อาณาปานสติ เป็นต้น เวทนานุปัสสนาสติปัฎฐาน คือการตั้งสติกำหนดเวทนาให้รู้ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นการปฏิบัติกำหนดเวทนาทั้ง ๓ คือ สุข ทุกข์ แลความรู้สึกไม่สุขไม่ทุกข์ จิตตานุปัสสนาสติปัฎฐาน คือการตั้งสติกำหนดรู้จิตของตนว่า มีราคะ หรือไม่มีราคะ มีโทสะหรือไม่มีโทสะ มีโมหะหรือไม่มีโมหะ และธรรมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน คือการตั้งสติพิจารณาธรรมว่ามีในตนหรือไม่ เช่น นิวรณ์ ๕ เป็นต้น๒) วิธีการปฏิบัติเบื้องต้นใช้ ๒ วิธีคือ การเดิน เป็นการกำหนดอิริยาบถที่เคลื่อนไหวโดยมีสติกำหนดรู้ทุกอริยาบทที่เคลื่อนไหว เช่น เวลาเดิน ให้มีสติกำหนดรู้ว่า กำลังเดิน เป็นต้น ส่วนการนั่งสมาธิ มีสติกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกโดยกำหนดที่ท้องยุบและท้องพอง เช่นเมื่อหายใจเข้าเกิดอาการท้องพองก็กำหนดอาการที่ท้องพอง เมื่อหายใจออกก็เกิดอาการท้องยุบก็กำหนดอาการที่ท้องยุบ ขณะเดียวกันเมื่อเกิดเวทนา เช่น สุข ทุกข์ เป็นต้น ก็กำหนดรู้ความรู้สึกเหล่านั่น ๓) ผู้คนในสังคมในศตวรรษที่ ๒๑ ให้ความสำคัญกับโลกของวัตถุมากกว่าการพัฒนาจิต การใช้ชึวิตส่วนมากมุ่งเน้นความสะดวกสบายโดยอาศัยวัตถุและมีความแข่งขันกันทางด้านเศรษฐกิจกันสูง สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาทางสุขภาพจิตตามมา เช่น ความตรึงเครียด เป็นต้น ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพกาย เพื่อคลายปัญหาเหล่านี้ ผู้คนเหล่านั้นจำเป็นต้องเรียนรู้การพัฒนาจิตเพื่อให้เข้มแข็งโดยอาศัยการฝึกสติ เมื่อผู้คนได้รับการพัฒนาจิตโดยอาศัยสติแล้ว จะทำให้จิตเข้มแข็ง เบิกบาน มีกำลัง เหมาะแก่การทำงาน ที่สำคัญที่สุดผู้ที่ได้รับการพัฒนาจิตโดยวิธีนี้ สามารถข่ม ราคะ โทสะ และโมหะ ได้ทำให้ใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นในสังคมได้อย่างสันติสุข