กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาต้นทุน ผลตอบแทน และความสูญเสียทางการเงินจากการทำประมงโพงพางที่เกิดจาก การนำลูกสัตว์น้ำเศรษฐกิจมาใช้ก่อนขนาดแรกเริ่มสืบพันธุ์ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากเครื่องมือโพงพาง ที่ตั้งในคลองสรรพสามิต จังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพฯ และสมุทรสาคร ระหว่างเดือนตุลาคม 2549 ถึง มีนาคม 2551 พบว่ามีอัตราการจับ 27.472 กก./ปาก เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ 14.009 และปลาเป็ด 13.463 กก./ปาก คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่ากับ 50.99 และ 49.01 ตามลำดับ สัตว์น้ำที่พบมีทั้งสัตว์น้ำจืด สัตว์ทะเล โดยจับกุ้งเป็น หลักสูงถึง 4.671 กก./ปาก หรือ 17.00 เปอร์เซ็นต์ กุ้งที่จับได้สูงสุด คือ กุ้งแชบ๊วย และ 80 เปอร์เซ็นต์ มีขนาด เล็กกว่าขนาดแรกเริ่มสืบพันธุ์ รองลงมา คือ กุ้งกะต่อม และกุ้งกุลาดำ สำหรับปลาเป็ดส่วนใหญ่จะทิ้ง ซึ่ง ประกอบด้วยลูกสัตว์น้ำเศรษฐกิจ 11.714 กก./ปาก หรือคิดเป็น 87.01 เปอร์เซ็นต์ของผลจับปลาเป็ดทั้งหมด ก่อให้เกิดความสูญเสียวันละ 559.26 บาท/ปาก จากผลการสำรวจพบโพงพางในคลองสรรพสามิต 245 ปาก ทำการประมง 258 วันใน 1 ปี ก่อให้เกิดความสูญเสียปีละ 35,350,824.60 บาท ต้นทุนในการทำประมงเฉลี่ยวันละ 613.20 บาท/ปาก ส่วนใหญ่จะเป็นค่าจ้างและค่าเสียโอกาส แรงงาน 70.78 เปอร์เซ็นต์ และมีผลตอบแทนเฉลี่ยวันละ 1,049.06 บาท/ปาก เมื่อคิดเป็นกำไรสุทธิแล้วจะสูง ถึงวันละ 435.86 บาท/ปาก หรือปีละ 112,452.94 บาท ผู้ประกอบอาชีพโพงพางมีอายุเฉลี่ย 48.5 ปี พบว่า 59.38 เปอร์เซ็นต์ ทำประมงโพงพางโดยไม่มีอาชีพเสริม และมีการศึกษาไม่เกินระดับประถมศึกษาถึง 62.68 เปอร์เซ็นต์ คำ