สภาวะการทำประมงพื้นบ้านบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาสภาวะการทำประมงพื้นบ้านในบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ระหว่างเดือนมกราคมถึงธันวาคม พ.ศ. 2553 โดยรวบรวมตัวอย่างจากเครื่องมือประมงพื้นบ้านบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชและสงขลา ภายหลังการจัดสร้างเป็นเวลา 2-6 ปี พบว่าจำนวนเรือประมงพื้นบ้าน มีจำนวนเรือ 17-120 ลำ เครื่องมือประมงพื้นบ้านที่ใช้ทำการประมงในพื้นที่ที่ศึกษาพบ 17 ชนิด เครื่องมือประมงพื้นบ้านที่นิยมใช้ทำการประมงมากที่สุด คือ อวนลอยปลาทู และอวนจมปู แหล่งทำการประมงของประมงพื้นบ้านบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชอยู่ไม่ห่างจากแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล สำหรับจังหวัดสงขลามีแหล่งทำการประมงอวนลอยปลาทูทั้งบริเวณใกล้แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล และห่างจากแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล คือบริเวณแท่นขุดเจาะน้ำมัน อัตราการจับสัตว์น้ำบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล พบว่า การประมงอวนลอยปลาทูมีอัตราการจับสัตว์น้ำทั้งหมด อยู่ระหว่าง 1.401-2.089 กิโลกรัม/ความยาวอวน 100 เมตร โดยหลังการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล 4-5 ปี มีอัตราการจับสูงกว่าบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลภายหลังการจัดสร้าง 2-3 ปี สำหรับอัตราการจับ สัตว์น้ำจากอวนจมปู พบว่าหลังจากการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล 2 ปี มีอัตราการจับมากกว่าภายหลัง การจัดสร้าง 3 ปี และภายหลังการจัดสร้าง 3 ปี มีอัตราการจับสัตว์น้ำมากกว่าภายหลังการจัดสร้าง 4 ปี รายได้การทำการประมงอวนลอยกุ้งสามชั้นเท่ากับ 1,367.89 บาท/ลำ ส่วนรายได้เฉลี่ยจากอวนจมปู บ้านปากดวด บ้านสนามชัย และบ้านวัดจันทร์ เท่ากับ 975.32 1,254.70 และ 2,032.60 บาท/เที่ยว ตามลำดับ สำหรับอวนลอยปลาทูบ้านปลายทอน บ้านปากดวด บ้านสนามชัย และบ้านวัดจันทร์ มีรายได้เฉลี่ย เท่ากับ 1,547.92 721.06 990.25 และ 1,956.53 บาท/วัน ตามลำดับ โดยรายได้เฉลี่ยจากอวนจมปู และอวนลอยปลาทู มากที่สุด ภายหลังจากการจัดสร้าง 4 ปี