กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ชะมดเช็ดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดเพาะพันธุ์ได้ มีการใช้ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ โดยการเลี้ยงชะมดเช็ดในรูปแบบฟาร์มเพื่อเก็บไข ปัญหาจากการเพาะพันธุ์ไม่สำเร็จจึงทำให้มีการจับชะมดเช็ดจากในป่า ดังนั้นเพื่อการอนุรักษ์ชะมดเช็ดให้คงอยู่ในธรรมชาติ เกษตรกรต้องสามารถเพาะขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนชะมดเช็ดในฟาร์มเลี้ยงให้สำเร็จ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ในวงรอบการเป็นสัดและการทำงานของรังไข่ของชะมดเช็ดเพศเมีย นำไปพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะขยายพันธุ์ โดยทำการเก็บตัวอย่างมูลชะมดเช็ดเพศเมีย จำนวน 9 ตัว จาก 2 สถานที่ คือ สวนสัตว์เชียงใหม่ จำนวน 5 ตัว และโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านดงเย็น อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ จำนวน 4 ตัว ระยะเวลา 12 เดือน (มีนาคม 2563 ถึง กุมภาพันธ์ 2564) ตรวจฮอร์โมน 17?-Estradiol จากมูลสกัด (fecal Estradiol; fE2) และ Progesterone จากมูลสกัด (fecal Progesterone; fP4) โดยวิธี Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) ผลพบว่าสามารถตรวจฮอร์โมน fE2 และ fP4 ได้ ระดับฮอร์โมน fE2 และ fP4 เฉลี่ยของชะมดเช็ด 9 ตัว จำนวน 1,525 ตัวอย่าง Mean ?sd (min - max) 131.58 ?95.80 (3.10 – 5619.00) ng/g of feces และ 35,397.64 ?26,897.67 (40.67 – 654,350.00) ng/g of feces ตามลำดับ และพบว่าชะมดเช็ดมีระดับฮอร์โมนเพิ่มขึ้นจากระดับ baseline ช่วงเดียวกันทั้ง 9 ตัวคือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฎาคม จากงานวิจัยนี้สรุปได้ว่าสามารถตรวจฮอร์โมนเอสตร้าไดออลและโปรเจสเตอโรนจากมูลชะมดเช็ดได้ และพบว่าชะมดเช็ดมีการเป็นสัดในรูปแบบ Seasonal polyestrous ซึ่งผลการวิจัยนี้นำไปใช้วางแผนในการจับคู่ผสมพันธุ์ชะมดเช็ดในช่วงเวลาที่เหมาะสมได้
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness