โครงการศึกษาความศรัทธาต่อยาและไสยศาสตร์ สานักวัดเขาอ้อ จังหวัดพัทลุง กับสุขภาพและสุขภาวะของผู้ศรัทธาและผู้ถือปฏิบัติ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในทุกบริบทของวัดเขาอ้อ พิธีกรรมทางไสยศาสตร์และสมุนไพรที่ใช้ของวัดเขาอ้อ เหตุและปัจจัยของความศรัทธา ตลอดจนผลของความศรัทธาที่มีต่อสุขภาพและสุขภาวะของผู้ศรัทธาและผู้ปฏิบัติ โดยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ จากการสังเกตและสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างและกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 200 คน ผลการวิจัยพบว่าวัดเขาอ้อมีสภาพภูมิลักษณ์เป็นพื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่วัดติดต่อกับเขาอ้อ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัด และมีคลองเขาอ้อเป็นเส้นทางเดินเรือเพื่อติดต่อกับชุมชนภายนอก วัดเขาอ้อก่อตั้งขึ้นก่อนปี พ.ศ.2284 ปัจจุบันมีเจ้าอาวาส จำนวน 13 รูป และมีวัดในเครือ 3 วัด คือ วัดดอนศาลา วัดบ้านสวน และวัดภูเขาทอง สำหรับพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ของวัดเขาอ้อที่ถือเป็นพิธีหลักและใช้ประกอบให้สานุศิษย์และประชาชนทั่วไปมี 4 พิธีกรรม ได้แก่ พิธีกรรมกินว่านยาหรือเสกว่านยา พิธีกรรมแช่ว่านยา พิธีกรรมหุงข้าวเหนียวดำ และพิธีกรรมกินน้ำมันงาดิบหรือเสกน้ำมันงาดิบ ซึ่งแต่ละพิธีกรรมมีคติความเชื่อคล้ายคลึงกัน คือ เชื่อว่าจะทำให้อยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาดจากภัยอันตราย เกิดโชคลาภ ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ และเป็นยาอายุวัฒนะ เมื่อสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 คน ที่อาศัยอยู่ในอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เป็นเพศชายมีจำนวน 119 คน คิดเป็นร้อยละ 59.5 ของจำนวนทั้งหมด ประกอบด้วยผู้ศรัทธา 95 คน ผู้ปฏิบัติ 24 คน ส่วนเพศหญิงมีจำนวน 81 คน คิดเป็นร้อยละ 40.5 เป็นผู้ศรัทธาทั้งหมด เมื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่างพบว่าโดยส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วง 51-70 ปี ซึ่งเป็นวัยผู้สูงอายุ คิดเป็นร้อยละ 41.5 จบการศึกษาสูงสุดในระดับประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 53.0 และมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 5,000-10,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 69.5 เมื่อศึกษาเหตุและปัจจัยที่มีผลต่อความศรัทธาต่อสมุนไพรและพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ของวัดเขาอ้อพบว่า ผู้ประกอบพิธีกรรมเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กลุ่มตัวอย่างศรัทธาต่อพิธีกรรมนั้น คิดเป็นร้อยละ 67.0 รองลงมา คือ ความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรม และสิ่งประกอบพิธี คิดเป็นร้อยละ 28.5 และ 4.5 ตามลำดับ ส่วนการถ่ายทอดความศรัทธาได้กระทำผ่านทางครอบครัวมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 60.0 รองลง คือ การถ่ายทอดผ่านผู้แทนศาสนา และสื่อมวลชน คิดเป็นร้อยละ 24.0 และ 16.0 ตามลำดับ เมื่อพิจารณาผลของความศรัทธาต่อยาสมุนไพรและพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ของวัดเขาอ้อ พบว่ากลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าสมุนไพรและพิธีกรรมดังกล่าวมีผลต่อสุขภาพจิตมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 93.0 รองลงมา คือ สุขภาพกาย คิดเป็นร้อยละ 84.5 สุขภาวะทางสังคม คิดเป็นร้อยละ 73.5 และสุขภาวะทางปัญญา คิดเป็นร้อยละ 54.5 ตามลำดับ