Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

ทุนทางสังคมกับการจัดการมรดกทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรม กรณีศึกษาพิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านวัดโฆษา บ้านท่าช้าง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

ใจสคราญ จารึกสมาน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสถานะของทุนทางสังคมของชุมชนบ้านท่าช้าง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ 2) เพื่อศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญา และวัฒนธรรมท้องถิ่น ของชุมชนบ้านท่าช้าง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ และ 3) เพื่อศึกษาการนำทุนทางสังคมมาใช้ในการจัดการมรดกทางด้านภูมิปัญญา และวัฒนธรรมท้องถิ่นในลักษณะการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ชุมชนบ้านท่าช้าง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก และแบบสนทนากลุ่มร่วมกับการสังเกตแบบเป็นทางการ และไม่เป็นทางการจากผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญ 16 ราย ซึ่งผลการศึกษาพบว่า “ทุนทางสังคม” ของชุมชนบ้านท่าช้างที่สำคัญที่สุด ได้แก่ ทุนมนุษย์ ซึ่งหมายถึงท่านพระครูเจ้าอาวาสวัดโฆษาซึ่งเป็นผู้ริเริ่มที่จะรวบรวมองค์ความรู้ เกี่ยวกับภูมิปัญญา และวัฒนธรรมของชุมชน และรับบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันจากชาวบ้านในชุมชน จากนั้นจึงได้เสนอโครงการต่อกระทรวงวัฒนธรรมจนได้รับงบประมาณให้มาสร้างอาคารจัดแสดงเป็นกิจลักษณะโดยตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษาทุนมนุษย์ยังหมายรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน และกลุ่มคุณครูที่ช่วยในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภูมิปัญญา และวัฒนธรรมของชุมชน และดำเนินการจัดระเบียบสิ่งของเครื่องใช้ที่มีผู้บริจาคให้แก่วัด ทุนทางสังคมที่สำคัญรองลงมาคือ ทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งหมายถึง มรดกทางภูมิปัญญา และวัฒนธรรมของชุมชน โดยชุมชนให้ความสำคัญกับ “ฮีตสิบสองคองสิบสี่” หรือ ประเพณีสิบสองเดือน โดยในแต่ละเดือนจะมีกิจกรรมร่วมกันระหว่าง วัด ชุมชน และโรงเรียนอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ซึ่งชาวบ้านมีความตระหนักถึงคุณค่า และมีความพยายามในการอนุรักษ์ และฟื้นฟู สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นไม่ให้สูญหาย ทุนทางสังคมอีกประการหนึ่งที่เป็นข้อค้นพบจากการวิจัยนี้ คือ สำนึกร่วมกันของชุมชนที่มีต่อมรดกทางภูมิปัญญา และวัฒนธรรม จนนำมาซึ่งการจัดการอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกับวัดในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาพื้นบ้าน และการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของชุมชน ชุมชนยังมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจคือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน ได้แก่ ศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ และศาลเจ้าย่าแก้วบัวสี ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของชุมชนในการที่จะรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไว้ ชุมชนจะได้เห็นถึงคุณค่าของต้นทุนที่ตนมีอยู่ และรู้สึกรักหวงแหน ไม่อยากให้สูญหาย ส่วนองค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญา และวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่วนใหญ่จะเป็นองค์ความรู้ที่ได้มาจากผู้สูงอายุภายในชุมชน ซึ่งได้รับการถ่ายทอด ปลูกฝังมาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย สืบต่อกันมาในปัจจุบันก็ยังมีปรากฏให้เห็นในวิถีชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่ใช้มาแต่อดีต เช่น เครื่องจักสาน และองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีของชุมชน ได้แก่ ประเพณีต่าง ๆ ทั้งสิบสองเดือน ซึ่งได้มีการรวบรวมข้อมูล และนำมาจัดแสดงไว้ในศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา โดยละเอียดบริบทของชุมชนในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญา และวัฒนธรรมท้องถิ่นของชุมชนบ้านท่าช้าง มีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของชุมชน โดยบรรพบุรุษดั้งเดิมเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลาวที่ได้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานมาจากแขวงหลวงพระบาง และเข้ามาอยู่ในจังหวัดเลยจนกระทั่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินในพื้นที่บ้านท่าช้างในปัจจุบัน การที่บรรพบุรุษสืบเชื้อสายมาจากชาวลาวนั้นจึงทำให้เกิดค่าที่เรียกตนเองว่า “ลาวหล่ม” และด้วยสภาพของชุมชนเป็นสังคมแบบชนบทที่ประกอบอาชีพหลักคือการเกษตรกรรม จึงทำให้ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประจำวัน และด้านการเกษตร โดยยึดโยงเอาความเชื่อในเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ “เจ้าพ่อเจ้าแม่” ผนวกกับการนับถือศาสนาพุทธเข้ามาผสมผสานทางด้านวัฒนธรรมประเพณี และได้เกิดการกลืนกลายกับประเพณีท้องถิ่นไทหล่มที่มีความคล้ายคลึงกับวัฒนธรรมประเพณีทางภาคอีสาน จนกลายเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนเอง ซึ่งองค์ความรู้เหล่านี้ได้สะท้อนออกมาเป็นทั้งสำเนียงภาษา การแต่งกาย ศิลปะการแสดง การละเล่นต่าง ๆ และพิธีกรรมในประเพณีต่าง ๆ ที่จัดขึ้นตลอดทัั้งสิบสองเดือน หรือที่เรียกว่า “ฮีตสิบสองคองสิบสี่” โดยยังคงมีการสืบทอด และปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณอย่างเข้มแข็ง ในด้านการนำทุนทางสังคมที่ตนเองมีอยู่มาใช้ในการจัดการมรดกทางภูมิปัญญา และวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยมีผู้นำที่สำคัญคือ เจ้าอาวาสวัดโฆษาซึ่งช่วยประสานความร่วมมือ ระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในชุมชน ได้แก่ ชาวบ้าน โรงเรียน ในการจัดการกับมรดกทางภูมิปัญญา และวัฒนธรรมของชุมชนที่ตนเองมีอยู่ให้เป็นรูปธรรม ซึ่งเริ่มจากการจัดระเบียบวัตถุ สิ่งของที่ชาวบ้านนำมาบริจาคให้กับทางวัดโฆษา จากนั้นจึงมีการจัดการองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมประเพณี ได้แก่ ฮีตสิบสองคองสิบสี่ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ ที่สำคัญของชุมชนโดยการตั้งคณะผู้รวบรวมข้อมูลซึ่งประกอบด้วย บุคลากรทางการศึกษาจากโรงเรียนในชุมชนร่วมกับปราชญ์ชาวบ้าน โดยเก็บข้อมูลจากร่องรอยต่าง ๆ เช่น วัตถุสิ่งของ เรื่องเล่า ตำนาน ฯลฯ จากปราชญ์ท้องถิ่น ผู้สูงอายุ ที่มีองค์ความรู้เหล่านี้แล้วจึงนำมาสังเคราะห์เป็นฐานข้อมูลที่สำคัญเพื่อใช้ในการจัดแสดงออกมาเป็นรูปธรรมในรูปแบบของนิทรรศการภายในศูนย์วัฒน์ธรรมเฉลิมราชวัดโฆษาในปัจจุบัน

คำสำคัญ

ทุนทางสังคมการจัดการภูมิปัญญาและวัฒนธรรมพิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาพื้นบ้าน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ธรรมนูญตำบลเชิงพุทธ : กระบวนการพัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืนของประชาชนและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดร้อยเอ็ด

สุทธิพันธ์ อรัญญวาส มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2560

รูปแบบการจัดสวัสดิการชุมชน : กรณีศึกษา ชุมชนบ้านโนนชัย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

วรเทพ เวียงแก มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2562

ชุมชนปฏิบัติการด้านการเรียนรู้ : ภูมิปัญญาอีสาน เรื่อง การบีบเอ็น กรณีศึกษาตำบลยอดแกง อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์

สายหยุด ภูปุย มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2552

การยกระดับวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดบุรีรัมย์สู่เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์

รุ่งสุริยา หอมวัน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2566

วัฒนธรรมชุมชนกับการจัดการป่าพรุ : กรณีศึกษาป่าพรุคลองค็อง จังหวัดนครศรีธรรมราช

นฤมล สุขพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2552

การจัดการความรู้ของกองทุนสวัสดิการชุมชมในตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

อำพร ปินตาแก้ว ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558

การศึกษาการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้าน ตำบลนาสีนวน อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม

ธีรภัทร์ ลอยวิรัตน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2560

การเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนเพื่อการสื่อสารความรู้เกี่ยวกับทุนทางสังคม ทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ ทุนทางเศรษฐกิจ ของบ้านสวนกง ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

รุ่งเรือง ระหมันยะ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พ.ศ. 2559

การเสริมสร้างสมรรถนะเพื่อการเรียนรู้ของสังคมโดยใช้หลักพุทธธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานของชุมชนในเขตเทศบาลตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์

ไพวรรณ วรปรีดา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2559

ทุนทางสังคมของชาติพันธุ์ผู้ไทเพื่อการพัฒนา : กรณีศึกษาบ้านม่วงไข่ ตำบลคุ้มเก่า อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์

นุจรี ใจประนบ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2560