กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การเฝ้าระวังโรคเป็นกิจกรรมที่สำคัญทางระบาดวิทยา ในการค้นหาปัญหา และติดตามการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มของโรค และได้นำคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ต่อมาในปี 2549 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้พัฒนาโปรแกรม R 506 และนำมาขยายให้เครือข่ายระบาดวิทยาจัดเก็บข้อมูลโรคที่เฝ้าระวังทางระบาดวิทยา การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงสำรวจแบบศึกษาภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลการดำเนินงานเฝ้าระวังโรคด้วยโปรแกรมการจัดเก็บข้อมูล R 506 จุดอ่อน จุดแข็งในกระบวนการจัดการ และผลกระทบของโปรแกรมต่อการดำเนินงานเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประชากรที่ศึกษา คือ เจ้าหน้าที่ระบาดวิทยาระดับจังหวัด และศูนย์ข้อมูลระบาดวิทยาระดับอำเภอ จำนวน 32 ราย โดยใช้แบบสัมภาษณ์ชนิดมีโครงสร้างและแบบประเมินมาตรฐานระบาดวิทยา ของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค เก็บข้อมูลในเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2551 มีผลการวิจัย ดังนี้ ประสิทธิผลการดำเนินงานเฝ้าระวังโรค ส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินมาตรฐานระบาดวิทยา ร้อยละ 88.2 จำแนกตามระดับคุณภาพพบว่ามีประสิทธิผลดำเนินงานระดับต้องปรับปรุง ร้อยละ 64.7 ระดับพอใช้ ร้อยละ 23.5 ระดับดีและระดับดีมาก ร้อยละ 5.9 เท่าๆกัน มีจุดอ่อนในการดำเนินงานเกี่ยวกับจำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานไม่เพียงพอ ขาดเครื่องคอมพิวเตอร์ ขาดความรู้ในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และการใช้งานโปรแกรม จุดแข็งในการดำเนินงานได้แก่ มีงบประมาณสำหรับอบรมผู้รับผิดชอบงานที่เพียงพอ และมีคู่มือการใช้โปรแกรม R 506 ผลกระทบต่อการปฏิบัติงานเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา ได้แก่การบริหารจัดการด้านการจัดองค์การมีคะแนนเฉลี่ยต่ำสุด โดยที่ด้านควบคุมประเมินผลการดำเนินงานมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย คือผู้บริหารควรประเมินความพร้อมบุคลากรในองค์กรทั้งด้านจำนวนบุคลากรให้มีเพียงพอกับปริมาณงาน วัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ทางวิชาการและทักษะในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งการติดตามประเมินผลการดำเนินงานซึ่งจะส่งผลต่อการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ