การเปรียบเทียบปริมาณสารหนูรูปแบบต่างๆ ในดินพื้นที่การเกษตรศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเปรียบเทียบปริมาณสารหนูแบบต่างๆในดิน พื้นที่การเกษตรศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ ดำเนินการศึกษาสารหนูรูปแบบต่างๆในดินปลูกผักกาดฮ่องเต้ และฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก ที่ปลูกในโรงเรือนศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ อย่างละ 2 แปลง ที่ระดับความลึกดิน 0-15 เซนติเมตร ด้วยสารสกัดสารหนูในรูปที่สามารถเคลื่อนที่ได้ในดิน (availble-As) 5 ชนิด ได้แก่ น้ำ แอมโมเนียซัลเฟต แอมโมเนียฟอสเฟต Mechlich lll และสารสกัด DTPA เปรียบเทียบกับปริมาณสารหนูทั้งหมด (total As) และปริมาณสารหนูในผัก เพื่อทราบถึงปริมาณ รูปทางเคมี และความสัมพันธ์ระหว่างสารหนูรูปที่พืชสามารถดึงดูดได้กับปริมาณสารหนูในผัก ผลการศุกษาพบว่าดินทั้ง 4 แปลง เป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ปริมาณสารหนูทั้งหมดในดิน (19.1-32.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม) มีค่าสูงกว่าสูงสุดที่ยอมให้มีได้ในดิน เพื่อการเพาะป,ลูกของกลุ่มสหภาพยุโรป (20 มิลลิกรัม/กิโลกรัม) สารหนูในรูปที่สามารถเคลื่อนที่ได้ในดินอญุ่ในรูปสารหนูอาร์เซเนตมากที่สุด (สกัดด้วยแอมโมเนียฟอสเฟต) ร้อยละ 73.5 รองลงมาคือสารหนูจับอยู่กับออกไซด์ของแคลเซียม เหล็กและอลูมินัม (สกัดด้วย Mechlich lll) ร้อยละ 15 สารหนูที่แลกเปลี่ยนได้ (สกัดด้วยแอมโมเนียฟอสเฟต) ร้อยละ 5.8 สารหนูที่จับเหล็ก (สกัดด้วย DTPA) ร้อยละ 3.1 และสารหนูส่วนที่ละลายน้ำได้ (สกัดด้วยน้ำ) ร้อยละ 2.6 เมื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการดูดสะสมสารหนูในผักกับรูปแบบของสารหนูในดิน พบว่าการสะสมสารหนูในผักกาดฮ่องเต้ แลฟิลเลย์ไอซ์เบิร์กมีความสัมพันธ์กับสารหนูรูปที่แลกเปลี่ยนได้ (แอมโมเนียซัลเฟต) และสารหนูอาร์เซเนต อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ปริมาณสารหนูในผักทั้ง 4 แปลง ส่วนใหญ่พบปริมาณสารหนูในส่วนใบมากกว่าในราก (ปริมาณสารหนูในใบผักฮ่องเต้ และฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก มีค่า 3.32-3.81 มิลลิกรัม/กิโลกรัม และ 1.6-4.1 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ตามลำดับ) เมื่อพิจารณาประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ของสารหนูในผักทั้ง 4 แปลง พบว่า ประสิทธิภาพการดูดสะสมสารหนูจากดินสู่ใบผักค่อนข้างต่ำ (ฺBAF<1) แต่ความสามารถในการลำเลียงสารหนูจากรากสู่ใบของผักค่อนข้างสูง (ฺTF>1) นอกจากนี้พบว่าปริมาณสารหนูในใบมีค่าสูงกว่ามาตรฐานสารหนูในผัก และมาตรฐานในอาหารระหว่างประเทศขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (0.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม) ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการปลูกผักใบในพื้นที่เพื่อความปลอดภัยในการผลิตพืชอาหาร