กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
หัวข้อวิจัย การพัฒนาเครือข่ายภูมิปัญญาสุขภาพตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของตาบลทุ่งยั้ง อาเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ชื่อผู้วิจัย รองศาสตราจารย์จักรกฤษณ์ พิญญาพงษ์ ดร.ยุพิน เถื่อนศรี ดร.ศรัณยู เรือนจันทร์ อาจารย์เผด็จการ กันแจ่ม หน่วยงาน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ปีงบประมาณ 2556 บทคัดย่อ การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานภาพความเป็นมาในอดีตและสภาพการณ์ในปัจจุบันของภูมิปัญญาสุขภาพ และพัฒนาเครือข่ายภูมิปัญญาสุขภาพตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของตาบลทุ่งยั้ง อาเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ขั้นตอนการวิจัยมี 3 ระยะ ได้แก่ 1. ศึกษาสถานภาพความเป็นมาในอดีตและสภาพการณ์ปัจจุบันของภูมิปัญญาสุขภาพ 2. พัฒนาเครือข่ายภูมิปัญญาสุขภาพตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ 3. ติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนเครือข่าย ประชากรเป้าหมายเป็นประชาชนในตาบลทุ่งยั้ง เจ้าของภูมิปัญญาสุขภาพ และแกนนากลุ่มต่างๆ ในชุมชน โดยมีนักวิจัยเป็นผู้อานวยการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนรวม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แนวทางการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม ร่วมกับการสังเกตแบบมีส่วนร่วม วิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษา พบว่า ในอดีตภูมิปัญญาสุขภาพของชุมชนทุ่งยั้งเป็นการพึ่งพาตนเองผ่านประสบการณ์ของชุมชนในการดูแลรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งเกี่ยวกับความคิด ความเชื่อดั้งเดิมของชุมชนซึ่งเป็นวัฒนธรรมการดูแลความสุขสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณ ที่เชื่อมโยงกับมิติทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของชุมชน สถานการณ์ปัจจุบันชุมชนยังคงมีภูมิปัญญาสุขภาพที่หลากหลาย และเป็นที่พึ่งพาทางด้านสุขภาพของชุมชนโดยเป็นการรักษาควบคู่กับแพทย์แผนปัจจุบัน ภูมิปัญญาบางอย่างได้สูญหายไปจากชุมชน ผลลัพธ์สาคัญของกระบวนการพัฒนาเครือข่ายภูมิปัญญาสุขภาพตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ มีการก่อตั้งศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชน มีการแต่งตั้งคณะกรรมการของศูนย์ฯ เกิดแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชน เกิดการบูรณาการการทางานระหว่างองค์กรในชุมชนโดยใช้ฐานภูมิปัญญา ผลกระทบของกระบวนการพัฒนาเครือข่ายภูมิปัญญา ได้แก่ แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาสุขภาพมีผู้สนใจเรียนรู้ทั้งจากภายในและภายนอกชุมชน เกิดนโยบายส่งเสริมภูมิปัญญา สุขภาพ ปัจจัยที่มีผลต่อกระบวนการพัฒนาเครือข่าย ได้แก่ การมีจิตสานึกร่วมกันความสัมพันธ์ที่มีหลากหลาย ความเป็นเครือญาติภายในกลุ่ม ประเด็นสนใจร่วม การติดต่อสื่อสารและการเรียนรู้ร่วมกัน ศักยภาพของผู้นา ความสามัคคีและความร่วมมือของสมาชิก การปรึกษาหารือกันอย่างสม่าเสมอ รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสนับสนุนของหน่วยภาคี คาสาคัญ : การพัฒนาเครือข่าย, ภูมิปัญญาสุขภาพ, ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง