การรวบรวมและขยายพันธ์กล้วยไม้สกุลลิ้นมังกร ในจังหวัดนครพนม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การรวบรวมและขยายพันธุ์กล้วยไม้สกุลลิ้นมังกร ในจังหวัดนครพนม 2558 ถึงเดือนกุมภาพันธุ์ 2560 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) รวบรวมชนิดพันธุ์ และปลูกเลี้ยงกลัวยไม้สกุล ลิ้นมังกร ในจังหวัดนครพนม 2) เพื่อขยายพันธุ์กล้วยไม้สกุลลิ้นมังกรให้จำนวนต้นเพิ่มมากขึ้น โดย ทำการศึกษาใน 4 พื้นที่ศึกษา คือ น้ำตกตาดขาม ในวนอุทยานน้ำตกตาดขาม น้ำตกตาดโพธิ์ เส้นทาง ศึกษาธรรมชาติ ในอุทยานแห่งชาติภูลังกา และจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย-ลาว อำเภอ ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ทำการสำรวจชนิดและประชากรของกล้วยไม้สกุลลิ้นมังกรที่กระจายพันธุ์ และ จำหน่ายในจังหวัดนครพนม ผลการสำรวจ พบกล้วยไม้ จำนวน 2 ชนิดได้แก่ ลิ้นมังกร หรือปัดแดง (Habenaria rhodocheila Hance) และนางอั้วแก้มช้ำ (Habenaria rostellifera Rchb. f) ขึ้น อาศัยบนโขดหิน ลานหิน บริเวณน้ำตก และที่โล่งชื้นแฉะตามชายป่าเบญจพรรณ จากนั้นทำการศึกษา วงรอบการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ พบว่ามีการเจริญติบโตสลับกับการพักตัวในรอบปี โดยจะแทงห่อ ใหม่หลังการพักตัวในช่วงต้นเดือนมิถุนายน แล้วเจริญเติบโตด้านลำต้นและใบช่วงเดือนมิถุนายนถึง เตือนสิงหา เริ่มแทงช่อดอกในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน ดอกเริ่มบานตั้งแต่ปลายเดือน สิงหาคมไปจนถึงต้นเดือนตุลาคมดอกบานได้นานถึง 4 สัปดาห์ ดอกที่บานแล้วจะติดฝักและลำต้นบน ดินจะเจริญต่อไปจนฝึกแตก หลังจากนั้นก็จะเหี่ยวแห้งตาย และเข้าสู่ระยะพักตัวในเดือนพฤศจิกายน ทำการขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อบนอาหารสูตร Vacin & Went (1949) ดัดแปลง ครึ่งสูตร พบการงอกของเมล็ดหลังจากเพาะ 13 สัปดาห์ แต่หลังจากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์ โปรโตคอร์มไม่สามารถรอดชีวิต และการศึกษาการเพิ่มจำนวนของหัวในรอบการเจริญเติบโตพบว่า กล้วยไม้สกุลลิ้นมังกรสามารถสร้างหัวใหม่เพิ่มขึ้นได้เฉลี่ย 1.05 หัวต่อต้น ตั้งแต่เดือนตุลาคม