Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2552

การพัฒนาศักยภาพกิจกรรมนันทนาการเพื่อบูรณาการในกลุ่มสาระ การเรียนรู้ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในจังหวัดเขตพื้นที่ภาคกลางที่อยู่ในความรับผิดชอบของสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอ่างทอง

รชาดา เครือทิวา สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2552

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การพัฒนาศักยภาพกิจกรรมนันทนาการเพื่อบูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรู้ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในจังหวัดเขตพื้นที่ภาคกลางที่อยู่ในความรับผิดชอบของสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอ่างทอง มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาศักยภาพครูโดยพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมการ จัดทำนวัตกรรมแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการกิจกรรมนันทนาการสู่กลุ่มสาระการ เรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม 2) เพื่อพัฒนานวัตกรรมทางนันทนาการสำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 1ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 3) เพื่อหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมทางนันทนาการที่พัฒนาขึ้นสำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 การดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ 1 การพัฒนาศักยภาพครูและสร้างนวัตกรรมทางนันทนาการสำหรับนักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 และกิจกรรมที่ 2 การหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมทางนันทนาการ กลุ่มตัวอย่างการวิจัยกิจกรรมที่ 1 คือ ครูที่สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาใน 7 จังหวัดภาคกลาง ในพื้นที่ความรับผิดชอบของสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอ่างทอง ได้แก่จังหวัด นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง และอยุธยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 กลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เป็นครูจังหวัดละ 2 โรงเรียนๆละ 2 คน เป็นจำนวนครู 28 คน ทำแบบทดสอบวัดศักยภาพของครู ก่อนและหลังการฝึกอบรม กลุ่มตัวอย่างการวิจัยกิจกรรมที่ 2 เป็นนักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 จากโรงเรียนที่มีครูเข้าร่วมอบรมในกิจกรรม ที่ 1 โดยวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ทำแบบทดสอบระหว่างเรียนและหลังเรียน นำผลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัย โดยใช้วิธีการทางสถิติ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทีและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กำหนดเกณฑ์ไม่ต่ำกว่า 80/80 โดยใช้สูตร E1/E2 ผลการศึกษา 1. นวัตกรรมนันทนาการ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการกิจกรรมนันทนาการ ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ประกอบด้วย กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 4 หน่วยการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 9 หน่วยการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 5 หน่วยการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 3 หน่วยการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี 4 หน่วยการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 12 หน่วยการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 5 หน่วยการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ทัศนศิลป์) 5 หน่วยการเรียนรู้ 2. ประสิทธิภาพของนวัตกรรมนันทนาการ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการกิจกรรมนันทนาการ ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพของนวัตกรรมนันทนาการ ดังนี้ 2.1 ประสิทธิภาพของนวัตกรรมนันทนาการแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการกิจกรรมนันทนาการกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยภาพรวม คะแนนกระบวนการ และคะแนนผลลัพธ์ ได้เท่ากับ 82.17/88.59ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยภาพรวม คะแนนกระบวนการ และคะแนนผลลัพธ์ ได้เท่ากับ 83.49/88.68ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โดยภาพรวม คะแนนกระบวนการ และคะแนนผลลัพธ์ ได้เท่ากับ 83.63/85.00ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(ทัศนศิลป์) โดยภาพรวม คะแนนกระบวนการและคะแนนผลลัพธ์ ได้เท่ากับ 82.05/88.07ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยภาพรวม คะแนนกระบวนการ และคะแนนผลลัพธ์ ได้เท่ากับ 81.65/81.22 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยภาพรวม คะแนนกระบวนการ และคะแนนผลลัพธ์ ได้เท่ากับ 80.92/82.05ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยโดยภาพรวม คะแนนกระบวนการ และคะแนนผลลัพธ์ ได้เท่ากับ 83.70/85.26ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยภาพรวม คะแนนกระบวนการ และคะแนนผลลัพธ์ ได้เท่ากับ 83.95/83.25ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 3. คุณภาพของหลักสูตรการอบรมการสร้างนวัตกรรมนันทนาการโดยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจกรรมนันทนาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม ตรวจพิจารณาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) โดยการวัดค่าดัชนีความสอดคล้องโดยใช้สูตร IOC พบว่า ค่า IOC รายข้อและค่า IOC รวมมีค่ามากกว่า 0.50 ทุกข้อ แสดงว่าหลักสูตรการอบรมการสร้างนวัตกรรมนันทนาการมีความมีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) คะแนนเฉลี่ยความรู้ครูเรื่อง การจัดทำนวัตกรรมนันทนาการแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการกิจกรรมนันทนาการสู่กลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม ก่อนการอบรมมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.01 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.36 และหลังการอบรมมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.55 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.53 แสดงว่าความรู้ก่อนเข้ารับการอบรมและความรู้หลังเข้ารับการอบรมมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงว่าหลังเข้ารับการอบรมครูมีความรู้เรื่อง การจัดทำนวัตกรรมนันทนาการแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการกิจกรรมนันทนาการสู่กลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม สูงกว่าก่อนอบรม 4. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลัง การใช้ประสิทธิภาพของนวัตกรรมนันทนาการแผนการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการกิจกรรมนันทนาการ สู่กลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

คำสำคัญ

การพัฒนาศักยภาพนันทนาการการประเมินนวัตกรรมทางนันทนาการนวัตกรรมทางนันทนาการประสิทธิภาพของนวัตกรรมทางนันทนาการ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาผลกิจกรรมนันทนาการแบบมีส่วนร่วมกับการพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์)สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร

ทิพย์วรรณ สุขใจรุ่งวัฒนา มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2562

การพัฒนารูปแบบกิจกรรมนันทนาการสำหรับพัฒนาการเรียนรู้ ของนักเรียนช่วงชั้นที่ 1

วัชรินทร์ ระฤกชาติ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอ่างทอง พ.ศ. 2554

การพัฒนากิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21ของนักเรียน โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2

จุลดิษฐ อุปฮาต มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2560

การพัฒนาแผนการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการด้วยการละเล่นพื้นบ้าน ในระดับปฐมวัย ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเหล่ากลาง ตำบลกลางหมื่น อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์

เยาวเรศ รัตนธารทอง มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2551

การพัฒนากิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21ของนักเรียนโรงเรียนในสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2

จุลดิษฐ อุปฮาต มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2561

ผลของชุดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพลศึกษา สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิต สังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ

บุญเรือง ศรีเหรัญ พ.ศ. 2558

การพัฒนาหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนระดับปฐมวัย

ณัฐตะวัน ลิ้มประสงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2563

ผลการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ด้านกีฬาและนันทนาการ ในเด็กอนุบาลและเด็กประถมศึกษาหลังเลิกเรียน

นฤมล รอดเนียม สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร พ.ศ. 2558

การส่งเสริมการจัดกิจกรรมทางกายและการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนในศูนย์พัฒนาเด็ก

อัจฉรียา กสิยะพัท พ.ศ. 2561

การใช้กิจกรรมนันทนาการเพื่อพัฒนาพฤติกรรมกล้าแสดงออก ของนักเรียนกิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนป่าซาง จังหวัดลำพูน

อรัญญา วังกี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552