การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของวิสาหกิจชุมชนมันสำปะหลังในเขตภาคตะวันออก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของผู้ประกอบการมันสำปะหลังในเขตภาคตะวันออก ศึกษารูปแบบการจัดการของห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) และประสิทธิภาพในการดำเนินงานของผู้ประกอบการมันสำปะหลังในเขตภาคตะวันออก และเพื่อ เสนอแนะแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) และการดำเนินงานให้ผู้ประกอบการมันสำปะหลังในเขตภาคตะวันออกในการศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยได้ใช้ Value Chain framework of Michael E. Porter(Competitive Advantage :1985) เป็นโครงสร้างทฤษฎีที่ใช้ในการวิเคราะห์กิจกรรมในวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหาร โดยการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า ในกิจกรรมหลักและกิจกรรมสนับสนุน ประกอบด้วยกิจกรรม 9 ด้านคือ (1) ด้านการลำเลียงขาเข้า (2) ด้านการดำเนินงานหรือการผลิต (3)ด้านการลำเลียงขาออก (4) ด้านการตลาดและการขาย (5) ด้านการบริการ (6) ด้านการจัดหา (7)ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี (8) ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ และ (9) ด้านโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทกลุ่ม ตัวอย่าง คือ วิสาหกิจชุมชนมันสำปะหลังในเขตภาคตะวันออก ที่จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนกับกองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตร มีจานวน 35 ราย โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเครื่องมือในการวิจัย แบบสอบถามเป็นข้อคาถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scales) 5 ระดับ จำนวน 98 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละและค่าเฉลี่ย (X ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)ผลการวิจัย พบว่า วิสาหกิจชุมชนมันสาปะหลังในเขตภาคตะวันออก มีความคิดเห็นต่อความสามารถในกิจกรรมหลักและกิจกรรมสนับสนุนใน 9 ด้านโดยรวมอยู่ในระดับน้อย โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.10 ค่าเฉลี่ยสูงสุดเป็นอันดับ 1 ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท มีค่าเฉลี่ยเท่า 2.78 ด้านการจัดหา มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.68 ด้านการลำเลียงขาเข้า มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.53 ด้านการลำเลียงขาออก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.31 ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.17 ด้านการดำเนินงานหรือการผลิต มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.15 ด้านการตลาดและการขาย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.46 ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.42 และด้านการบริการ โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.41 ตามลำดับปัญหาและอุปสรรคในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของวิสาหกิจชุมชนมันสำปะหลังในเขตภาคตะวันออกที่พบ ได้แก่ ปัญหาด้านการผลิต ปัญหาด้านการตลาด และปัญหาด้านการขนส่งส่วนแนวทางในการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของวิสาหกิจชุมชนมันสำปะหลังในเขตภาคตะวันออก รัฐบาลควรมีแนวทางและนโยบายในการสนับสนุนอย่างชัดเจน อาทิเช่น การสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาฝีมือแรงงานเฉพาะด้าน เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การสนับสนุนทางด้านการตลาดและการขาย การส่งเสริมการค้า และการพัฒนาตราสินค้า การให้ความช่วยเหลือทางด้านเงินทุน การจัดหาเครื่องจักรและอะไหล่ การให้บริการด้านเทคนิค ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย ตลอดจนความช่วยเหลือในการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี ทั้งเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนการผลิต และเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น