ผลของการได้รับบรานช์เชนอะมิโนแอซิดต่อความทนทานในการออกกำลังกายและตัวบ่งชี้ความเสียหายของกล้ามเนื้อ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการให้บรานช์เชนอมิโนแอซิดที่มีต่อ ความทนทานในการออกกำลังกายและตัวบ่งชี้ความเสียหายของกล้ามเนื้อ กลุ่มตัวอย่างเข้าร่วมโครงการศึกษาวิจัยเป็นเพศชาย จำนวน 20 คน อายุระหว่าง 17-25 ปี การออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยานจนกว่าจะเมื่อยล้า โดยแบ่งเป็นสามช่วงเวลา และหยุดพักระหว่างช่วงเวลา 7 วัน ก่อนเริ่มการทดสอบ 7 วัน กลุ่มตัวอย่างทุกคนถูกวัดค่าการใช้ออกซิเจนสูงสุดเพื่อเป็นค่าควบคุม ในวันทำการทดสอบกลุ่มตัวอย่างปั่นจักรยานที่ระดับความหนัก 70% ของอัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุด จนกระทั่งหมดแรง ก่อนการทดลองกลุ่มตัวอย่างถูกสุ่มตัวอย่างให้ดื่มเครื่องดื่ม เครื่องดื่มผสมคาร์โบไฮเดรต 6% ผสม บรานช์เชนอะมิโนแอซิด 7 กรัม (เอ) เครื่องดื่มผสมคาร์โบไฮเดรต 6% (บี) เครื่องดื่มหลอกหรือน้ำเปล่า (ซี) ตัวอย่างเลือดถูกเก็บจากกลุ่มตัวอย่าง เพื่อวิเคราะห์หาค่าครีเอทีนไคเนส และ ระดับน้ำตาลในเลือด ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ดื่มเครื่องดื่มเอ หลังการออกกำลังกาย 24และ 48 ชั่วโมง มีค่าครีเอทีนไคเนสและค่าการรับรู้การเจ็บปวดของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นน้อยกว่าแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับเครื่องดื่มบีและซีก่อนออกกำลังกาย กลุ่มตัวอย่างที่ดื่มเครื่องดื่มบีหลังการออกกำลังกาย 24และ 48ชั่วโมง มีค่าครีเอทีนไคเนสและค่าการรับรู้การเจ็บ ปวดของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นน้อยกว่าแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ0.01เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับเครื่องดื่มซีก่อนออกกำลังกาย กลุ่มตัวอย่างที่ดื่มเครื่องดื่มเอและบี ในการออกกำลังกายนาทีที่ 75 มีค่าค่าระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นมากกว่าแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับเครื่องดื่มซีก่อนออกกำลังกาย กลุ่มตัวอย่างที่ดื่มเครื่องดื่มเอและบี หลังการออกกำลังกายทันที มีค่าค่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลงน้อยกว่าแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ0.01 เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับเครื่องดื่มซี นาทีที่ 75 ของการออกกำลังกาย แต่ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างผลของการได้รับเครื่องดื่มเอและบี ระยะเวลาในการปั่นจักรยานกลุ่มที่ได้รับเครื่องดื่มเอและบีมียะยะเวลาการปั่นจักรยานเพิ่มขึ้นแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับเครื่องดื่มซีแต่ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างผลของการได้รับเครื่องดื่มเอและบี อัตราการเต้นของหัวใจทั้งสามกลุ่มการทดลองไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการได้รับบรานช์เชนอะมิโนแอซิดที่มีต่อความทนทานในการออกกำลังกายและตัวบ่งชี้ความเสียหายของกล้ามเนื้อนั้นสามารถช่วยเพิ่มความทนทานในการออกกำลังกายและลดความเสียหายของกล้ามเนื้อได้เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม