Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2552

ความสัมพันธ์ ในการผลิตเครื่องปั้นดินเผา ระหว่างกรุงศรีอยุธยา กับเครื่องปั้นดินเผาบนคาบสมุทรไทย สมัยกรุงศรีอยุธยา–กรุงรัตนโกสินทร์

ภัคพดี อยู่คงดี มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2552

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีไทยระหว่าง พ.ศ. ๑๘๙๓ - ๒๓๑๐ รวมเวลาถึง ๔๑๗ ปี ในช่วงเวลา ดังกล่าวอยุธยาดำรงฐานะศูนย์กลางทางการเมืองการปกครอง ศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ การค้าที่มี ชื่อเสียงของภูมิภาคเอเชียและของโลก ความเจริญรุ่งเรืองของอยุธยามีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และ โบราณคดีรองรับตลอดจนโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความสำคัญ และความยิ่งใหญ่ของกรุงศรีอยุธยาในอดีต รวมทั้งเรื่องการผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่แสดงให้เห็นถึงความ สามารถในการผลิตสิ่งของเครื่องใช้สำหรับชุมชนได้เอง สะท้อนให้เห็นถึงความรู้ ความเจริญด้านเทคโน- โลยีซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาบ้านเมืองไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรอยุธยา ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๖๓ เรื่องกรุงเก่า ในบท “พรรณนาภูมิสถานพระนครศรีอยุธยา” อธิบาย ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกรุงศรีอยุธยาที่อยู่อาศัยสองฝั่งแม่น้ำลำคลอง มีแหล่งบ้านที่มีวิถีชีวิตด้วยการ ผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันประเภทต่างๆ และในบริเวณสองฝั่งคลองสระบัวเป็นแหล่งผลิต หม้อดิน เตาเชิงกราน กระเบื้องมุงหลังคาและตุ๊กตาดินเผา การศึกษาทางโบราณคดียืนยันและระบุได้ว่า บริเวณสองคลองสระบัว มีพื้นที่การผลิตเป็น ๒ บริเวณ คือ พื้นที่ริมคลองสระบัวด้านทิศตะวันออก บริเวณวัดครุธาราม เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผา ประเภทโอ่งหรือที่เรียกกันว่าโอ่งนางเลิ้งหรืออีเลิ้งประติมากรรมรูปคน รูปสัตว์ และพื้นที่ริมคลองสระบัว ด้านทิศตะวันตก ตั้งแต่ปากคลองสระบัวด้านทิศเหนือลงมาจนถึงหน้าวัดจงกรม เป็นแหล่งผลิตกระเบื้อง มุงหลังคาอาคาร กระเบื้องเกล็ดเต่า – ตัวผู้และตัวเมีย กระเบื้องชายพับ กระเบื้องกาบกล้วย มีทั้งกระเบื้อง ตัวผู้-ตัวเมีย กระเบื้องเชิงชาย เป็นต้น หลักฐานสำคัญ คือ การค้นพบเตาเผาเครื่องปั้นดินเผา ที่มีรูปทรง และเทคนิคการเผาหลากหลายและมีรูปแบบเตาหลายรูปแบบด้วย ได้แก่ การเผาแบบเปิด คือเผา กลางแจ้งไม่มีการสร้างเตา, การเผาเตารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดความกว้าง-ยาว ประมาณ ๓.๕๐ x ๔ เมตร ก่ออิฐ เว้นช่องใส่ไฟตามด้านยาวของเตาเป็นแนวตรงกันด้านละ ๔ ช่อง พบร่องรอยของเถ้าตามแนวของ ช่องใส่ไฟ ลักษณะการเผาของเตานี้เป็นการระบายความร้อนในแนวดิ่ง (updraft) อาจกล่าวได้ว่าเตาเผา นี้เป็นเตาที่ใช้ในการเผากระเบื้องและอิฐเป็นหลัก เป็นรูปแบบที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักมาแล้ว สัมพันธ์กับ สภาพพื้นที่หรือคลองสระบัวซึ่งเป็นคลองขุดขึ้นในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ทั้งนี้น่าจะเริ่มมีการตั้ง เตาเผาในพื้นที่ด้านเหนือเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๑ การสำรวจด้านชาติ พันธุ์วิทยาพบว่า ลักษณะเตาเผาที่พบในบริเวณคลองสระบัวในระยะแรกมีความคล้ายคลึงกับเตาเผาอิฐ และกระเบื้องที่ยังมีใช้งานอยู่ในพื้นที่เมืองปัตตานีแสดงถึงความเชื่อมโยงหรือการส่งถ่ายวิธีการและ เทคโนโลยีการผลิตในสองพื้นที่หรือสองกลุ่มชนนี้ความสัมพันธ์ของกรุงศรีอยุธยากับปัตตานีนั้นยังมี หลักฐานทางประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ยืนยันความเกี่ยวข้องกันทั้งในทางการค้า การเมือง การ ปกครอง และสังคม ในหลายลักษณะและหลายระดับ ในระเวลาต่อมา วิวัฒนาการของรูปแบบเตาและวิธีการเผาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เป็นรูปคล้าย เรือท้ายตัด ตัวเตาก่อด้วยอิฐ ด้านท้ายก่ออิฐขึ้นไปเป็นผนังสี่เหลี่ยม ส่วนด้านหน้าตั้งแต่แนวโค้งของผนัง เตาจนถึงปากเตาก่ออิฐเป็นประทุนสำหรับใส่ไฟ จากการขุดค้นทางโบราณคดีพบว่าผู้ผลิตกระเบื้องในสมัย อยุธยา ได้รับรู้เทคโนโลยีการเผาเครื่องปั้นด้วยการใช้เตารูปแบบใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มปริมาณการ ผลิตให้มากพอกับความต้องการ หรือ การขยายตัวทางเศรษฐกิจของอยุธยาที่เพิ่มขึ้น ลักษณะการเผาด้วย เตาเผาแบบนี้เป็นการเผาโดยใช้ความร้องผ่านตามแนวนอน (cross draft) เป็นเทคนิควิธีที่ได้รับอิทธิพล การเรียนรู้จากชาวจีน ซึ่งมีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเครื่องปั้นดินเผาคุณภาพดีมาก่อนหน้าหลาย ร้อยปีและด้วยความสัมพันธ์ที่มีอย่างแนบแน่นของชาวจีนกับกรุงศรีอยุธยา ทำให้เชื่อได้ว่าชาวจีนมี บทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ในการผลิตเครื่องปั้นดินเผาในกับกลุ่มชนที่ทำการผลิตเครื่องปั้นอยู่ เดิมด้วยเช่นกัน ทั้งนี้น่าจะพัฒนาปรับเปลี่ยนรูปแบบเตาเผาในพื้นที่ประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๒ อย่างไรก็ตามการเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงนั้น ก็เนื่องมาจากภาวะของอุปสงค์ที่มากเพิ่มขึ้น โดยมีเหตุมาจากความเจริญรุ่งเรืองของเมือง ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างของผู้ปกครองเพื่อสร้างอาคาร ถาวรวัตถุไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของวังของพระมหากษัตริย์ในระยะเวลาต่างๆ หรือการสร้าง ขยายวัดวา อารามทั้งในและนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาด้วยนั่นเอง

คำสำคัญ

เครื่องปั้นดินเผาPotteryCeramicsเตาเผาอิฐBrickskilnกระเบื้องภาชนะดินเผาTiles

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การวิเคราะห์ประติมากรรมภาพสลักโบราณสถานสระแก้วเมืองศรีมโหสถเพื่อพัฒนาลายผ้าประจำจังหวัดปราจีนบุรี

ภควัต ปิดตาทะโน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พ.ศ. 2563

สถาปัตยกรรมสุโขทัยก่อนสมัยสุโขทัยถึงสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

โชติมา จตุรวงค์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2559

การผลิต พื้นที่แบบอาณานิคม ในมณฑลพายัพด้วยความรู้ประวัติศาสตร์ และโบราณคดีของสยาม

ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2560

พัฒนาการศิลปกรรมสมัยก่อนอยุธยาและสมัยอยุธยา พุทธศตวรรษที่ 18-23

ศักดิ์ชัย สายสิงห์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2555

ร่องรอยอารยธรรมเขมรโบราณและสยามอโยธยาในเขตจังหวัดสระแก้ว

กำพล จำปาพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2559

ปูนในโบราณสถานของนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แหล่งมรดกโลก

นวลลักษณ์ วัสสันตชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2561

เรขาคณิตสัมพันธ์ในงานสถาปัตยกรรมยุคก่อนกรุงศรีอยุธยา

วัชรี วัชสินธุ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2556

TRACING EARLY MARITIME SOUTHEAST ASIA THROUGH ARCHAEOLOGICAL ELEMENTS AND BENGAL’S CONTACT (400 BCE – 800 CE)

พ.ศ. 2563

ศิลปสถาปัตยกรรมมหาเต็งดอจี เมืองสกาย เมียนมา: มรดกความทรงจำอยุธยาในลุ่มอิรวดีในพุทธศตวรรษที่ 24 และการสำรวจสภาพปัจจุบัน

เกรียงไกร เกิดศิริ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2560

นวัตวิถีเชิงประวัติศาสตร์อยุธยาโมเดล

เกษียร วรศิริ มหาวิทยาลัยเมธารัถย์ พ.ศ. 2562