การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬากีฬากอล์ฟ เพื่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การศึกษาเรื่อง การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟ เพื่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟ เพื่อสิ่งแวดล้อมโดยใช้ระเบียบการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพพื้นที่ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ คือ สนามกอล์ฟในจังหวัดที่มีลักษณะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์(หัวหิน)ชลบุรี(พัทยา) และเชียงใหม่ ประชากรคือ นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการผู้นำชุมชน/เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่บริษัทนำเที่ยว และผู้ทรงคุณวุฒิการกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างเลือกจากกรอบของประชากรโดยใช้สูตรคำนวณของ Taro Yamane (1967) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. สภาพปัจจุบันของสนามกอล์ฟเพื่อพัฒนาสู่มาตรฐานสนามกอล์ฟสีเขียวเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผลการศึกษาเชิงปริมาณ พบว่า สภาพปัจจุบันของสนามกอล์ฟ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยพบว่า รายการที่อยู่ระดับมากอันดับแรกคือ ด้านลักษณะการจัดการและการบริหารของสนามกอล์ฟ รองลงมาคือ ด้านลักษณะทางกายภาพของสนามกอล์ฟ ผลการศึกษาเชิงคุณภาพพบว่า สนามกอล์ฟส่วนใหญ่มีที่ตั้งที่สามารถเดินทางไปมาสะดวก สภาพของสนามกอล์ฟโดยทั่วไป มีความสวยงาม มีการจัดตกแต่งด้วยต้นไม้สวยงาม ร่มรื่น สภาพสนามมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอ การบริหารจัดการและบริการของสนามกอล์ฟค่อนข้างดีมีการจัดบริการของพนักงาน มีแคดดี้ไว้บริการรับ-ส่งอุปกรณ์ มีการจัดการดูแลการออกรอบ การประชาสัมพันธ์ของสนามกอล์ฟ ในเรื่องข้อมูลข่าวสารเพียงพอ มีการจัดรายการต่างๆ เพื่อจูงใจสมาชิกมีการส่งเสริมด้านสังคมและศิลปวัฒนธรรมค่อนข้างน้อย สนามกอล์ฟมีการจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อมของสนามกอล์ฟให้ร่มรื่น บริเวณโดยรอบสนามกอล์ฟมีอากาศบริสุทธิ์ สดชื่น มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ ค่อนข้างสูง มีการติดป้ายราคาสินค้า และกำหนดราคาสินค้าสูงกว่าท้องตลาด ส่วนอาหาร สินค้าต่างๆ ที่ขายมีคุณภาพเหมาะสม 2. ปัจจัยที่ส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟเพื่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ผลการศึกษาเชิงปริมาณ พบว่า ปัจจัยที่ส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟเพื่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.58, SD. = 0.54) โดยระดับมากที่สุดอันดับแรกคือ ด้านความปลอดภัย รองลงมาคือ ด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และด้านการตลาด ผลการศึกษาเชิงคุณภาพพบว่า ปัจจัยการส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟเพื่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย คือ หน่วยงานภาครัฐต้องมีการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ศาสตร์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟ กำหนดแนวทางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟ โดยทุกภาคส่วนทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ ร่วมมือในการผลักดันส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟ ปัจจัยส่งเสริมและสนับสนุนด้านการตลาดที่สำคัญ คือ คุณภาพของสนามกอล์ฟ พนักงานที่ให้บริการ บริการเสริม ได้แก่ สภาพคลับเฮ้าส์ สภาพล็อคเกอร์ ร้านอาหารภายในสนามกอล์ฟ และร้านอุปกรณ์(pro – shop) ด้านราคา ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการออกรอบ (green Fee) ต้องมีความเหมาะสม ด้านสถานที่ ต้องมีทำเลที่สามารถเดินทางเข้าถึงได้อย่างสะดวก 3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟเพื่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ผลการศึกษาเชิงปริมาณ พบว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟเพื่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.69, SD. = 0.33) รายการที่อยู่ในระดับมากที่สุด อันดับแรกคือ ปัจจัยการบริหารภาครัฐ รองลงมาคือ ปัจจัยการบริหารภาคประชาชนและองค์กรท้องถิ่น ผลการศึกษาเชิงคุณภาพ พบว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟเพื่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยได้แก่รัฐบาลต้องมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟอย่างชัดเจน การส่งเสริมการลงทุนการท่องเที่ยวเชิงกีฬาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง