การจัดการโซ่อุปทานการท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟเพื่อยกระดับสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟระดับโลก (ปีที่ 2)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สถานการณ์ภายนอกและภายในสำหรับการกำหนดตำแหน่งของจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟ 2) วิเคราะห์โอกาสและอุปสรรคสำหรับการกำหนดตำแหน่งของจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟ 3) พัฒนาการสื่อสารตราสินค้าด้วยเครื่องมือทางการตลาดของการท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟ และ 4) ออกแบบรูปแบบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟ โดยขอบเขตของพื้นที่ศึกษาเป็นสนามกอล์ฟภาคตะวันออกที่เป็นสมาชิกในสมาคมผู้บริหารสนามกอล์ฟภาคตะวันออก จำนวน 19 สนามผลการวิจัย พบว่า นักท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟกลุ่มเป้าหมายที่จะทำการสื่อสารทางการตลาดของสนามกอล์ฟพื้นที่ภาคตะวันออกเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีวัตถุประสงค์เดินทางมาเล่นกอล์ฟ ได้แก่ กลุ่ม True Leisure กลุ่ม Corporate/Am-Tournament และกลุ่ม Business รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟที่เป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญที่สุดที่ให้ความสำคัญกับการทำการตลาดและสื่อสารทางการตลาดเพื่อให้เข้าถึงตลาดกลุ่มนี้ โดยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มกำลังซื้อสูง เล่นกอล์ฟและทำกิจกรรมการท่องเที่ยวอื่นๆ จากนั้น ออกแบบตราสินค้าของจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟ พบว่า บุคลิกภาพของตราของจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟในพื้นที่ภาคตะวันออกมีลักษณะเป็นธรรมชาติที่สวยงาม ความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาและมีสีสัน การบริการของพนักงานหรือคนไทยมีความอบอุ่นและเป็นมิตร นำไปสู่การระบุข้อความเกี่ยวกับตำแหน่งตราสินค้าของจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟในพื้นที่ภาคตะวันออกได้ว่า Infinite Golf Experiences และกำหนดแก่นแท้ของตราของจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้ว่า Stunning Tropical Golf Course Vibrant City และ Warm Hospitality รวมถึงสร้างเนื้อหาการเล่าเรื่องสนามกอล์ฟของพื้นที่ภาคตะวันออกและเสนอแนะช่องทางการสื่อสารควรมุ่งเน้นไปที่แพลตฟอร์มดิจิทัล ได้แก่ YouTube, Facebook และ Instagram เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น นำเสนอผลการศึกษาลักษณะรูปแบบความร่วมมือระหว่างสนามกอล์ฟในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งได้วิเคราะห์สถานการณ์การดำเนินธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟตามกรอบแนวคิดของ Business Model Canvas ทำให้ทราบว่า รูปแบบความร่วมมือระหว่างสนามกอล์ฟควรเป็นรูปแบบ Coopetition และสรุปรูปแบบธุรกิจใหม่ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟภายใต้แนวคิดความร่วมมือ Coopetition ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) การกำหนดทิศทางขององค์กรร่วมกัน 2) การวางแผนทรัพยากรและกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟร่วมกัน และ 3) การจัดการการสื่อสาร เพื่อสามารถดำเนินธุรกิจให้สามารถอยู่รอดและเติบโตในระยะยาวได้ รวมถึงสร้างความสามารถในการแข่งขันเหนือประเทศอื่นได้