การจัดการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพ ระยะที่ 3
บทคัดย่อ
กรมทางหลวงเป็นหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบหลักในการให้บริการเส้นทางการคมนาคมแก่ประชาชน ในการ เดินทางและขนส่งสินค้าต่างๆ รวมไปถึงการอานวยความปลอดภัยในการใช้เส้นทาง ซึ่งปัจจัยสำคัญอันดับแรกๆ ที่มีผลต่อคุณภาพ และความมั่นคงแข็งแรงของทางและสะพานนั้น คือ วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง แต่ในปัจจุบันวัสดุ งานทางจากธรรมชาติ ได้แก่ หิน ลูกรังและทราย ที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานของกรมทางหลวงนั้น มีปริมาณ น้อยลง เกิดปัญหา ในการจัดหาวัสดุมาใช้งาน บางพื้นที่ต้องขนส่งวัสดุมาจากแหล่งอื่นซึ่งอยู่ห่างไกล ทาให้ต้นทุน การก่อสร้างเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการชารุดเสียหายของถนนที่ถูกใช้เป็นเส้นทางขนส่ง เป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ใน ท้องถิ่นอย่างไม่คุ้มค่า และเกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยรวม ในการดาเนินงานโครงการ จึงได้ทาการศึกษาเพื่อหาพื้นที่ที่มีความเป็นไปได้ในการพบวัสดุงานทาง โดย วิเคราะห์ ข้อมูลด้วยวิธีการ Geo-Processing หรือการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ เพื่อจัดทาแผนที่แสดงความเป็นไปได้ของวัสดุใน งานทาง โดยแยกการวิเคราะห์ตามประเภทของวัสดุ ได้แก่ หิน ลูกรัง และทราย โดยใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง อันประกอบด้วย ข้อมูลธรณีวิทยา ข้อมูลกลุ่มดิน กลุ่มชุดดิน ข้อมูลเส้นชั้นความสูง ป่าไม้และพื้นที่หวงห้าม แม่น้า และที่ตั้งแหล่งวัสดุปัจจุบัน ขั้นตอนการศึกษาเริ่มจากการรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนามาจัดทาให้อยู่ในรูปแบบข้อมูล สารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) จากนั้นทาการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ตามหลักการจัดทาแผนที่แสดงความเป็นไปได้ ของวัสดุ โดยมีพื้นฐานของหลักการวิเคราะห์จากการกำเนิดวัสดุแต่ละประเภท ได้แก่ วัสดุต้นกำเนิด กระบวนการ กำเนิดวัสดุ และลักษณะ สภาพภูมิประเทศ เป็นต้น ภายหลังจากการจัดทาแผนที่แสดงความเป็นไปได้ตาม หลักการที่กำหนดแล้ว ทาการคัดเลือกพื้นที่สำรวจ เพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุมาทดสอบคุณสมบัติทางวิศวกรรมใน ห้องปฏิบัติการ และนาผลการทดสอบคุณสมบัติที่ได้ มาพิจารณาร่วมกับข้อมูลลักษณะภูมิประเทศบริเวณจุ ด สำรวจ จากภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อปรับแก้แผนที่ให้มีความสอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริงและจัดระดับโอกาสพบ วัสดุ นอกจากนี้ข้อมูลที่ได้จากการศึกษา ทั้งแหล่งวัสดุปัจจุบัน จุดสำรวจพื้นที่คาดว่าจะพบวัสดุ และแผนที่แสดงความ เป็นไปได้ของวัสดุ ได้ถูกนาเข้าสู่ระบบสารสนเทศแหล่งวัสดุ ของสานักวิจัยและพัฒนางานทาง เพื่อให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องสามารถนาข้อมูลจากระบบไปใช้งานร่วมกันได้อย่างยั่งยืน