ผลของน้ำหมักหอยเชอรี่ และสารสกัดจากพืชบางชนิดในการกำจัดหอยเชอรี่(Pomacea sp.)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้เพื่อศึกษาอิทธิพลของพันธุ์และระยะปลูกต่อการเพิ่มผลผลิตข้าวด้วยระบบการปลูกแบบประณีต (SRI) วางแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อคสมบูรณ์ 5x3 แฟคตอเรียล จ านวน 4 ซ ้า เปรียบเทียบ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยที่ 1 คือ พันธุ์ข้าว 5 พันธุ์ (สุพรรณบุรี 1 ชัยนาท 1 ปทุมธานี 1 กข 29 และ กข 33) และปัจจัยที่ 2 คือ ระยะปลูก 3 ระยะ (25x25, 30x30 และ 40x40 ซม.) ทดลองปลูกข้าวช่วงฤดูนาปรัง ที่ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง พบว่า พันธุ์ข้าวมีอิทธิพลต่อการสร้างองค์ประกอบของผลผลิต ข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 ให้จ านวนต้นต่อกอ และจ านวนรวงต่อกอสูงสุด (16.88 ต้น และ 16.94 รวง ตามล าดับ) ผลผลิตของข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 1 ชัยนาท 1 ปทุมธานี 1 และ กข 33 (578.48, 601.35, 647.97 และ 602.66 กก.ต่อไร่ ตามล าดับ) สูงกว่าข้าวพันธุ์ กข 29 (475.93 กก.ต่อไร่) การปลูกข้าวที่ระยะปลูก 40x40 ซม. ส่งผลให้ข้าวมีจ านวนต้นต่อกอ จ านวนรวงต่อกอ จ านวนเมล็ดต่อรวง และน ้าหนักผลผลิตสูงสุด (17.46 ต้น 17.01 รวง 1,947.7 เมล็ด และ 811.79 กิโลกรัมต่อไร่ ตามล าดับ) อิทธิพลร่วมระหว่างพันธุ์และระยะปลูกต่อน ้าหนักผลผลิตของข้าวแต่ละพันธุ์ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ ดังนั้นการปลูกข้าวด้วยระบบ SRI ในจังหวัดพัทลุงควรเลือกพันธุ์ข้าวให้เหมาะสมกับระยะปลูกดังนี้ คือ ข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 ชัยนาท 1 กข 29 และ กข 33 ควรปลูกที่ระยะปลูก 40x40 ซม. และข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 1 ควรปลูกที่ระยะปลูก 30x30 ซม. จึงจะส่งผลให้สามารถเพิ่มผลผลิตของข้าวให้สูงขึ้นได้