การจัดการดินที่เหมาะสมร่วมกับพืชปุ๋ยสด โดยใช้ไรโซเบียม (พด.11) และแหนแดง เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวสุพรรณบุรี 1 ในกลุ่มชุดดินที่ 18
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยการจัดการดินที่เหมาะสมร่วมกับพืชปุ๋ยสด โดยใช้ไรโซเบียม (พด.11) และแหนแดง เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวสุพรรณบุรี 1 ในกลุ่มชุดดินที่ 18 มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการจัดการดินแบบต่าง ๆ ต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของข้าว ศึกษาผลของการจัดการดินต่อการเปลี่ยนแปลงสมบัติของดินกลุ่มชุดดินที่ 18 ได้วางแผนการทดลองแบบ Randomizsed complete Block Design จำนวน 3 ซ้ำ 8 วิธีการ วิธีการที่ 1 ปลูกข้าว (แปลงควบคุม) วิธีการที่ 2 ปลูกข้าว + ปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดิน วิธีการที่ 3 ปลูกข้าว + ปลูกปอเทือง (พด.11) + ปุ๋ยเคมี ? อัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดิน วิธีการที่ 4 ปลูกข้าว + ปลูกปอเทือง (พด.11) + ปุ๋ยเคมี ? อัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดิน วิธีการที่ 5 ปลูกข้าว + ปลูกปอเทือง (พด.11) + ปุ๋ยเคมี ? อัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดิน วิธีการที่ 6 ปลูกข้าว + ปลูกปอเทือง (พด.11) + แหนแดง + ปุ๋ยเคมี ? อัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดิน วิธีการที่ 7 ปลูกข้าว + ปลูกปอเทือง (พด.11)+แหนแดง+ปุ๋ยเคมี ? อัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดิน วิธีการที่ 8 ปลูกข้าว + ปลูกปอเทือง (พด.11) + แหนแดง + ปุ๋ยเคมี ? อัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดิน จากผลการทดลองพบว่า วิธีการที่ 3 ให้น้ำหนักผลผลิตข้าวสูงสุด 851.20 กิโลกรัมต่อไร่ และรองลงมาได้แก่วิธีการที่ 5, 2, 4, 6 และ 7 โดยให้น้ำผลผลิตค่าเฉลี่ย 832.00, 8789.33, 760.53, 748.27 , 730.67 และ 710.93 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ ส่วนวิธีการที่ 1 (แปลงควบคุม) ให้ผลผลิตข้าวเฉลี่ยต่ำสุด 593.77 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตสูงสุดสูงกว่า ผลผลิต ต่ำสุดอยู่ 30.24 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางเคมีของดินพบว่าดินมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยภาพรวมเมื่อเทียบกับดินก่อนการทดลอง สำหรับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจพบว่าวิธีการที่ 5 ให้ผลตอบแทนรายได้สูงสุด 1,780 บาทต่อไร่ ซึ่งเพิ่มจากวิธีการที่ 6 ซึ่งให้ผลตอบแทนต่ำสุดเท่ากับ 53 บาทต่อไร่