การศึกษาระบบโลจิสติกส์รองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบที่เชื่อมโยงประเทศไทยกับกลุ่มประเทศภาคี ภายใต้ยุทธศาสตร์ เส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แผนงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ ประกอบด้วย 1) เพื่อศึกษารูปแบบการดำเนินงานและอุปสงค์ของการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในปัจจุบันบนเส้นทางที่สามารถเชื่อมโยงประเทศไทยกับกลุ่มประเทศภาคี ภายใต้ยุทธศาสตร์ เส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 และ 2) เพื่อเสนอแนะยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์รองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบบนเส้นทางที่สามารถเชื่อมโยงประเทศไทยกับกลุ่มประเทศภาคี ภายใต้ยุทธศาสตร์ เส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 7 ขั้นตอนหลัก ประกอบด้วย 1) การทบทวนวรรณกรรมและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2) การเก็บรวบรวมข้อมูลและการสัมภาษณ์เชิงลึก 3) การวิเคราะห์การเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ 4) การวิเคราะห์แผนผังสาเหตุและผล 5) การเสนอแนะยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ 6) การจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น และ 7) การสรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ โดยผลการศึกษา พบว่า การขนส่งสินค้าและผู้โดยสารของประเทศไทยในอนาคตสามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศจีนได้ด้วยโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางราง ภายใต้ยุทธศาสตร์ เส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 โดยใช้เส้นทางของโครงการรถไฟลาว-จีน ส่งผลให้ผู้ประกอบและผู้โดยสารมีโอกาสมากขึ้นในการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งและการเดินทางจากทางถนนเป็นทางราง อย่างไรก็ตามการขนส่งทางบกของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่สามารถเดินทางไปยังกลุ่มประเทศภาคีบนเส้นทางเศรษฐกิจยูเรเซียใหม่ ภายใต้ยุทธศาสตร์ เส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 ได้ ซึ่งประกอบด้วย ประเทศคาซัคสถาน ประเทศรัสเซีย ประเทศเบลารุส ประเทศโปแลนด์ ประเทศเยอรมนี และ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ดังนั้น ประเทศไทยจึงควรมีการปรับปรุงแผนการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ให้มีความเหมาะสมต่อการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบบนเส้นทางที่สามารถเชื่อมโยงประเทศไทยกับกลุ่มประเทศภาคี ภายใต้ยุทธศาสตร์ เส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 ได้ นอกจากนี้โครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์ควรได้รับการพัฒนาและสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการขนส่งของผู้ประกอบการ และสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ