การพัฒนาระบบรูปแบบ คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพวิสาหกิจการท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบมีส่วนร่วม จังหวัดพัทลุง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยงานนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1. เพื่อพัฒนาต้นแบบข้อมูลเนื้อหาเชิงการตลาด คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง (Content Marketing) ของวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบมีส่วนร่วม จังหวัดพัทลุง 2 เพื่อพัฒนาต้นแบบสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ Facebook fan-page เผยแพร่ เนื้อหาทางการตลาด คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง (Content Marketing) ของวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบมีส่วนร่วม จังหวัดพัทลุง 3 เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การพัฒนาข้อมูลเนื้อหาเชิงการตลาด คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง (Content Marketing) และการพัฒนาสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ Facebook fan-page ของวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบมีส่วนร่วม จังหวัดพัทลุงระเบียบวิธีวิจัยที่ใช้ในงานฉบับนี้ใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methodology Research) ประกอบด้วยงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพโดยใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) แบบมีโครงสร้าง (Structured Interview) เก็บข้อมูลเชิงปริมาณจำนวน 400 ราย 5 สุ่มตัวอย่างแบบสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์การดำเนินกิจกรรมในโซ่คุณค่าของวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบมีส่วนร่วม จังหวัดพัทลุง 2) ต้นแบบสื่อสังคมออนไลน์ Facebook fan-page เผยแพร่เนื้อทางการตลาด 3) แบบสอบถามเพื่อสำรวจความพึงพอใจของต้นแบบเนื้อหาทางการตลาดและต้นแบบสื่อสังคมออนไลน์ Facebook fan-page สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ สถิติเชิงงพรรณา ค่าร้อยละ และการแจกแจงความถี่ ผลการวิจัยพบว่า ผลการประเมินควมพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างต่อต้นแบบสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่เนื้อหาทางการตลาด 5 ด้าน มีความพึงพอใจอยุ่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.93) กล่าวคือ ด้านที่ 1. สื่อสังคมออนไลน์สร้างการรับรู้ (Brand Awareness) ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.17) ด้านที่ 2. สื่อสังคมออนไลน์เป็นแหล่งข้อมูลในการตัดสินใจซื้อสินค้า ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.17) ด้านที่ 3. สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือในการสร้าง CRM ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.66) ด้านที่ 4. สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือในการสร้าง Community ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.55) และด้านที่ 5. สื่อสังคมออนไลน์สร้างความความน่าเชื่อถือของผู้เข้ามาใช้ ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.09) และการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อคู่มือต้นแบบสื่อสังคมออนไลน์ 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านที่ 1 การวิเคราะห์ประเมินความพึงพอใจต่อเนื้อหา เกณฑ์การวัดผลระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.49) ด้านที่ 2 การวิเคราะห์ความพึงพอใจต่อรูปแบบ เกณฑ์การวัดผลระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.52) ด้านที่ 3 การวิเคราะห์ความพึงพอใจต่อการใช้ประโยชน์ เกณฑ์การวัดผลระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.75) ด้านที่ 4 การวิเคราะห์ความพึงพอใจภาพรวม เกณฑ์การวัดผลระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.75) สรุปผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจที่มีต่อคู่มือต้นแบบสื่อสังคมออนไลน์ เกณฑ์การวัดผลระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.63) โซ่คุณค่า (Value Chain) ที่ผสานสอดรับกันระหว่างกิจกรรมหลักจะทำงานประสานงานกันได้ดีจนก่อให้เกิดคุณค่าได้นั้นกิจกรรมหลักทั้ง 5 ด้านจะต้องอาศัยกิจกรรมสนับสนุนทั้ง 4 กิจกรรม และนอกจากกิจกรรมสนับสนุน จะทำหน้าที่สนับสนุนกิจกรรมหลักแล้ว กิจกรรมสนับสนุนยังจะต้องทำหน้าที่สนับสนุนซึ่งกันและกันอีกด้วย และระบบสารสนเทศจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งในห่วงโซ่คุณค่าในส่วนของการพัฒนาเทคโนโลยี ที่จะนำมาใช้ในการวางแผน การดำเนินงาน การตัดสินใจ และการควบคุม โดยจะต้องทำหน้าที่สนับสนุนเชื่อมต่อกิจกรรมในทุกๆ องค์ประกอบของห่วงโซ่คุณค่าเป็นการสร้างความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน คำสำคัญ : สื่อสังคมออนไลน์, เนื้อหาทางการตลาด, วิสาหกิจการท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบมีส่วนร่วม