Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการท่องเที่ยวชุมชนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล จังหวัดพัทลุง

ชลภัสสรณ์ สิทธิวรงค์ชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสำรวจและประเมินศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกของการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล จังหวัดพัทลุง และ 2) เสนอแนวทางการพัฒนาต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกของการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล จังหวัดพัทลุง เป็นกรอบการวิจัย พื้นที่ดำเนินการวิจัย คือ จังหวัดพัทลุง กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวจังหวัดพัทลุง ใช้วิธีคัดเลือกแบบสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติเชิงพรรณนา ใช้ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการวิเคราะห์สถิติเชิงอนุมาน ใช้การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน และการวิจัยเชิงคุณภาพผลการวิจัย พบว่า1. องค์ประกอบในการประเมินศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกของการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล จังหวัดพัทลุง จำแนกได้ 5 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว (2) ด้านศักยภาพการดึงดูดนักท่องเที่ยว (3) ด้านศักยภาพการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน (4) ด้านศักยภาพการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว และ (5) ด้านศักยภาพการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยคณะผู้วิจัยได้ดำเนินการสำรวจฯ จากตัวแทนผู้นำชุมชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว จำนวน 440 คน พบว่า โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ( = 4.06, S.D. = .624) และหากพิจารณาเป็นรายด้าน อยู่ในระดับมากทุกด้าน ลำดับแรก ด้านศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว ( = 4.11, S.D. = .756) รองลงมา ด้านศักยภาพการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว ( = 4.10, S.D. = .669) ด้านศักยภาพการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ( = 4.05, S.D. = .541) ด้านศักยภาพการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน ( = 4.02, S.D. = .684) และด้านศักยภาพการดึงดูดนักท่องเที่ยว ( = 4.00, S.D. = .565) ตามลำดับ2. การวิเคราะห์องค์ประกอบ (factor analysis) เพื่อจัดกลุ่มองค์ประกอบต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกของการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล จังหวัดพัทลุง ทั้งหมด 5 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม (2) ด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน (3) ด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว (4) ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก และ (5) ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์ปัจจัย (factor analysis) พบว่า ค่า KMO มีค่าเท่ากับ .954 แสดงให้เห็นว่า ข้อมูลชุดนี้มีความเหมาะสมในการใช้เทคนิคการวิเคราะห์ปัจจัยอยู่ในเกณฑ์ดีมาก (Kaiser and Rice, 1974) และค่า p-value เท่ากับ .000 ซึ่งน้อยกว่า .01 หมายความว่า ตัวแปรทั้ง 30 ตัวแปร มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 จึงสามารถนำไปใช้วิเคราะห์องค์ประกอบต่อไปได้3. ค่าความแปรปรวนของตัวแปร ค่าร้อยละของความแปรปรวน และค่าร้อยละสะสมของความแปรปรวนของต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกของการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล พบว่า องค์ประกอบที่มีค่าความแปรปรวนของตัวแปรมากกว่า 1 ขึ้นไป มีอยู่ 5 ค่า แสดงว่า ตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกของการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล จัดเป็นองค์ประกอบได้ 5 องค์ประกอบ เมื่อพิจารณาค่าร้อยละของความแปรปรวน และค่าร้อยละสะสมของความแปรปรวน องค์ประกอบทั้ง 5 องค์ประกอบ สามารถอธิบายต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกของการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ได้ร้อยละ 71.826 และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทุกปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกของการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล พบว่า มีความสัมพันธ์กันไม่เกิน .80 (Stevens, 1996) ทำให้ตัวแปรอิสระทุกตัวไม่เกิดความสัมพันธ์เชิงพหุระหว่างปัจจัย (multicollinearity) จึงสามารถใช้ตัวแปรอิสระทุกตัวในการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (stepwise multiple regression analysis) ได้ซึ่งเป็นการนำตัวแปรเข้าไปพยากรณ์ในตัวแบบ (model) ทีละตัว4. ผลการตรวจสอบความสัมพันธ์ปัจจัยทุกปัจจัยของแบบจำลองที่ 1 - แบบจำลองที่ 4 พบว่า ค่า VIF (variance inflation factor) ที่สูงสุด เท่ากับ 1.886 ซึ่งมีค่าไม่เกิน 5 ค่า Tolerance ที่มีค่าน้อยที่สุด เท่ากับ .530 ซึ่งไม่ต่ำกว่า 0.2 และค่า Eigen Value ที่สูงสุดเท่ากับ 4.992 ซึ่งมีค่าไม่เกิน 10.0 แสดงให้เห็นว่าตัวแปรอิสระที่ทำการวิเคราะห์ในแบบจำลอง ไม่มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์เชิงพหุระหว่างปัจจัย (multicollinearity) ข้อมูลจึงมีความเหมาะสมในการใช้การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (stepwise multiple regression analysis) (Hair, J.F. et al., 2010)5. สมการถดถอยในรูปแบบของคะแนนมาตรฐาน ต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกของการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล = 1.099 + (.250 * ด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน (x2)) + (.250 * ด้านทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม (x1)) + (.250 * ด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและส่งเสริมการท่องเที่ยว (x3)) + (.250 * ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก (x4)) มีอำนาจในการอธิบายต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกของการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 100.00 โดยมีความคลาดเคลื่อนมาตรฐานในการพยากรณ์ เท่ากับ .0006. แนวทางการพัฒนาต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกของการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล จังหวัดพัทลุง พร้อมทั้งประชุมหารือร่วมกันตัวแทนประธานเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชน ผู้นำชุมชน ประชาชนในชุมชน ตัวแทนสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา และร่วมการเสวนากลุ่มย่อยกับชุมชน ได้ข้อสรุปดังนี้6.1 ด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน ควรให้ความสำคัญกับบุคคล หรือเจ้าของวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญา ในด้านการสมัครใจ ทัศนคติ และความพร้อมที่จะเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างการทำกิจกรรมทางการท่องเที่ยวกับนักท่องเที่ยว ควรสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับการท่องเที่ยวสำหรับชุมชน พร้อมกับการสร้างการจัดการที่ดีอย่างเป็นเอกลักษณ์ในแหล่งท่องเที่ยว อาทิ การแต่งกายประจำถิ่น การใช้ประยุกต์ใช้ภาษาท้องถิ่น การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดเป็นกิจกรรมทางการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วม เป็นต้น อีกทั้งควรมีการบริหารจัดการเวลาของปราชญ์ชุมชนที่ควรมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดเวลา ท้ายสุดชุมชน หรือเจ้าของวัฒนธรรมจะต้องสามารถบริหารจัดการ และพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้อย่างมีมาตรฐานได้ด้วยตัวชุมชนเอง ซึ่งสิ่งเหล้านี้เองจะเป็นหลักสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดการตัดสินใจการเดินทางมาท่องเที่ยวของกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ พร้อมกับการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืนต่อไป6.2 ด้านทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม ควรให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางการท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมให้คงเดิมอยู่ กิจกรรมทางการท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการขาดแคลนทรัพยากร พร้อมกับสร้างการบริหารจัดการด้านขีดจำกัดการรองรับนักท่องเที่ยวอย่างสอดคล้องกับจำนวนปราชญ์ชาวบ้าน และพื้นที่ของแหล่งท่องเที่ยว เพื่อความยั่งยืน และถูกต้องตามลักษณะการท่องเที่ยว เป็นต้น ท้ายสุดควรสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องด้านการท่องเที่ยวให้กับชุมชน โดยการจัดประชุมเพื่ออบรบความรู้ทางด้านการท่องเที่ยวแก่ชาวชุมชนจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความตะหนัก ความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน นำไปสู่ความภาคภูมิใจ และการจัดการที่ถูกต้องโดยชุมชนที่ยั่งยืนต่อไป6.3 ด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว ควรให้ความสำคัญกับธุรกิจนำเที่ยวที่ควรพัฒนารูปแบบสินค้า และบริการให้สอดคล้อง หรือแทรกรายการกิจกรรมทางการท่องเที่ยวโดยชุมชน เข้าไปยังรายการนำเที่ยว พร้อมแยกประเภทนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มให้ตรงตามประเภทของการท่องเที่ยว เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อตัวแหล่งท่องเที่ยว อีกทั้งธุรกิจนำเที่ยวที่มีบทบาทในการเอื้ออำนวยพานักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มายังแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ควรมีลักษณะที่สอดคล้องต่อหลักการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างถูกต้อง โดยการอาจนำผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้รู้ทางด้านการท่องเที่ยวมาจัดประประชม อบรมแก่ผู้ประกอบการภาคธุรกิจนำเที่ยว เพื่อให้เข้าใจถึงการท่องเที่ยวได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจตรงกัน นำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ได้ถูกหลักวิธี และยั่งยืนระหว่างชุมชนกับนักท่องเที่ยว6.4 ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว ควรให้ความสำคัญในการผลักดันให้เกิดการพัฒนารูปแบบกิจกรรมทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนตามอัตลักษณ์ของชุมชน จากผลิตภัณฑ์/ของดีของชุมชนให้เป็นผลิตภัณฑ์หลักในการสร้างกิจกรรมทางการท่องเที่ยว และสามารถสร้างทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวได้ เพราะนักท่องเที่ยวอาจมีความสนใจ หรือสามารถทำกิจกรรมเหล่านี้ได้เพียงบางขั้นตอน ซึ่งในระหว่างการทำกิจกรรมทางการท่องเที่ยวโดยชุมชน ชุมชนควรเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถพูดคุย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ จะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีจากการพูดคุยได้อย่างแท้จริง เมื่อนักท่องเที่ยวมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อตัวชุมชน และความประทับใจ ความภูมิใจกับการทำกิจกรรมทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่สามารถนำผลงานตนเองกลับไปเป็นสินค้าที่ระลึกได้แล้วนั้น จะสามารถทำให้นักท่องเที่ยวระลึกถึง และอยากกลับมาท่องเที่ยวซ้ำ นำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนทั้งตัวนักท่องเที่ยว และแหล่งท่องเที่ยวต่อไป6.5 ปัจจัยเสริมในการพัฒนาต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกของการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล จังหวัดพัทลุง ประกอบด้วย 2 ด้าน คือ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยว และด้านนักท่องเที่ยว(1) ด้านด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยว ควรให้ความสำคัญกับสภาพภูมิทัศน์ของแหล่งท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยในระหว่างการทำกิจกรรมทางการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว พร้อมเอื้ออำนวยต่อการทำกิจกรรมทางการท่องเที่ยวระหว่างเจ้าของวัฒนธรรม และนักท่องเที่ยว อาทิ แสงสว่าง สภาพโครงสร้างของพื้นที่ การจัดเก็บอุปกรณ์หรือวัสดุต่าง ๆ ที่พักแรม รวมไปถึงขอบเขตพื้นที่ที่เจ้าของวัฒนธรรมสามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง เป็นต้น สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งคือการปรับใช้ที่อยู่อาศัยของเจ้าของวัฒนธรรมให้เป็นที่พักแรมของนักท่องเที่ยว ควรจัดขอบเขตพื้นที่ส่วนตัวอย่างชัดเจน เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของเจ้าของที่อยู่อาศัย หรือครอบครัวของเจ้าของที่อยู่อาศัย และท้ายสุดเจ้าของวัฒนธรรมเอง หรือแหล่งท่องเที่ยวจะต้องมีการบริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้ยังคงอยู่เดิม หรือพัฒนาให้สอดคล้องต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อความเป็นเอกลักษณ์ และมิให้เกิดผลกระทบต่อการดำรงวิถีชีวิตที่มีอยู่เดิม นำไปสู่การจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป(2) ด้านนักท่องเที่ยว ควรให้ความสำคัญกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยตนเองมากขึ้น สร้างความยั่งยืนของนักท่องเที่ยวกลุ่มเฉพาะนี้ที่สามารถสร้างขีดจำกัดอัตรานักท่องเที่ยว เกิดผลกระทบที่น้อยต่อสภาพวิถีชีวิตของแหล่งท่องเที่ยว และสอดคล้องต่อจำนวนปราชญ์ชาวบ้าน โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการกิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่อิสระมากที่สุด จึงสามารถนำไปสู่การเดินทางการท่องเที่ยวแบบช้า ๆ ไม่รีบร้อน เกิดการเข้าถึงวัฒนธรรมของแหล่งท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมทางการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างแท้จริงที่ยั่งยืน จากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างตัวนักท่องเที่ยวกับชุมชน นำไปสู่การกลับมาท่องเที่ยวซ้ำ

คำสำคัญ

community-based tourismการท่องเที่ยวชุมชนเศรษฐกิจดิจิทัลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกDigital Economy: PhatthalungFacilities DevelopmentTourist Attractions development

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาศักยภาพเชิงพื้นที่บนฐานนวัตวิถีการท่องเที่ยวโดยชุมชน จังหวัดพัทลุง

ชลภัสสรณ์ สิทธิวรงค์ชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2563

การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวของวิสาหกิจการท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบมีส่วนร่วม จังหวัดพัทลุง

ทมนี สุขใส มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2563

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนแบบมีส่วนร่วมของชุมชนตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

จิตราภรณ์ ธาราพิทักษ์วงศ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2563

การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานทุนทางวัฒนธรรมลาวแง้วตำบลทองเอน อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี

พนิตสุภา ธรรมประมวล กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พ.ศ. 2560

โครงการพัฒนาศูนย์ข้อมูลดิจิทัล เพื่อการท่องเที่ยวและบริการของประเทศไทย

มงคล วิมลรัตน์ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พ.ศ. 2564

การพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลวิสาหกิจการท่องเที่ยว สาหรับฐานข้อมูลสื่อดิจิทัลวิสาหกิจการท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบมีส่วนร่วม จังหวัดพัทลุง

ทมนี สุขใส มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2563

การพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวอัจฉริยะของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม เพื่อรองรับการเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย

บุญธรรม ข่าขันมะณี มหาวิทยาลัยนครพนม พ.ศ. 2561

การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนบ้านบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต.

เฉลิมพร วรพันธกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต พ.ศ. 2563

การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงเกษตรโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อนำไปสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล

มนันยา นันทสาร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2562

การสร้างรูปแบบเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมวิถีไทหล่ม ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

ทิวาวรรณ ศิริเจริญ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2559