การปรับปรุงสายพันธุ์ยีสต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตเอทานอลในสภาวะที่มีแรงดันออสโมซินและความเข้มข้นของเอทานอลสูง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การผลิตเอทานอลในระดับอุตสาหกรรมต้องการผลิตเอทานอลให้ได้ผลผลิตสูงโดยใช้ต้นทุนต่ำ ยีสต์ที่มีคุณสมบัติทนแรงดันออสโมติกและทนเอทานอลนับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สามารถช่วยเพิ่มผลผลิตเอทานอลได้ ในการศึกษานี้ได้ทำการปรับปรุงสายพันธุ์ยีสต์ที่แยกและคัดเลือกได้จากธรรมชาติให้มีคุณสมบัติในการทนแรงดันออสโมติกและทนเอทานอลโดยใช้การเหนี่ยวนำให้เกิดการกลายพันธุ์โดยรังสีอุลตราไวโอเลตและสารเคมี ethyl methane sulfonate (EMS) งานวิจัยนี้สามารถแยกยีสต์ทนแรงดันออสโมติกและทนเอทานอลได้ทั้งหมด 114 ไอโซเลท โดยพบว่าในสภาวะที่มีน้ำตาลความเข้มข้น 25% (w/v) และเอทานอลความเข้มข้น 15% (v/v) ยีสต์ Saccharomyces cerevisiae OA33 สามารถเจริญได้ดีกว่ายีสต์สายพันธุ์อื่นที่แยกได้ และเมื่อทำการหมักเอทานอล ณ สภาวะที่มีน้ำตาลกลูโคสความเข้มข้น 25% (w/v) ที่อุณหภูมิ 37?C พบว่าสามารถผลิตเอทานอลได้สูง 12.33% (v/v) จึงได้นำ S. cerevisiae OA33 มาใช้เป็นสายพันธุ์พ่อแม่ในการทำการกลายพันธุ์โดยรังสีอุลตราไวโอเลตและนำยีสต์สายพันธุ์กลายที่ได้ไปทำการกลายพันธุ์ต่อด้วยสารเคมี EMS เมื่อทำการคัดเลือกยีสต์สายพันธุ์กลายที่มีขนาดโคโลนีใหญ่ที่เจริญบนอาหารที่มีเอทานอลความเข้มข้น 15% (v/v) ที่เตรียมแบบไล่ระดับความเข้มข้น พบว่ายีสต์สายพันธุ์กลาย S. cerevisiae M43OA33 สามารถทนต่อสภาวะที่มีน้ำตาลกลูโคสความเข้มข้น 25% (w/v) และเอทานอลความเข้มข้น 15% (v/v) ได้สูงกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม และสามารถผลิตเอทานอล ณ สภาวะที่มีน้ำตาลกลูโคสความเข้มข้น 30% (w/v) ที่อุณหภูมิ 37?C ได้ความเข้มข้นเอทานอลและค่าผลผลิตทางทฤษฎีสูงกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม การผลิตเอทานอลในระดับอุตสาหกรรมต้องการผลิตเอทานอลให้ได้ผลผลิตสูงโดยใช้ต้นทุนต่ำ ยีสต์ที่มีคุณสมบัติทนแรงดันออสโมติกและทนเอทานอลนับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สามารถช่วยเพิ่มผลผลิตเอทานอลได้ ในการศึกษานี้ได้ทำการปรับปรุงสายพันธุ์ยีสต์ที่แยกและคัดเลือกได้จากธรรมชาติให้มีคุณสมบัติในการทนแรงดันออสโมติกและทนเอทานอลโดยใช้การเหนี่ยวนำให้เกิดการกลายพันธุ์โดยรังสีอุลตราไวโอเลตและสารเคมี ethyl methane sulfonate (EMS) งานวิจัยนี้สามารถแยกยีสต์ทนแรงดันออสโมติกและทนเอทานอลได้ทั้งหมด 114 ไอโซเลท โดยพบว่าในสภาวะที่มีน้ำตาลความเข้มข้น 25% (w/v) และเอทานอลความเข้มข้น 15% (v/v) ยีสต์ Saccharomyces cerevisiae OA33 สามารถเจริญได้ดีกว่ายีสต์สายพันธุ์อื่นที่แยกได้ และเมื่อทำการหมักเอทานอล ณ สภาวะที่มีน้ำตาลกลูโคสความเข้มข้น 25% (w/v) ที่อุณหภูมิ 37?C พบว่าสามารถผลิตเอทานอลได้สูง 12.33% (v/v) จึงได้นำ S. cerevisiae OA33 มาใช้เป็นสายพันธุ์พ่อแม่ในการทำการกลายพันธุ์โดยรังสีอุลตราไวโอเลตและนำยีสต์สายพันธุ์กลายที่ได้ไปทำการกลายพันธุ์ต่อด้วยสารเคมี EMS เมื่อทำการคัดเลือกยีสต์สายพันธุ์กลายที่มีขนาดโคโลนีใหญ่ที่เจริญบนอาหารที่มีเอทานอลความเข้มข้น 15% (v/v) ที่เตรียมแบบไล่ระดับความเข้มข้น พบว่ายีสต์สายพันธุ์กลาย S. cerevisiae M43OA33 สามารถทนต่อสภาวะที่มีน้ำตาลกลูโคสความเข้มข้น 25% (w/v) และเอทานอลความเข้มข้น 15% (v/v) ได้สูงกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม และสามารถผลิตเอทานอล ณ สภาวะที่มีน้ำตาลกลูโคสความเข้มข้น 30% (w/v) ที่อุณหภูมิ 37?C ได้ความเข้มข้นเอทานอลและค่าผลผลิตทางทฤษฎีสูงกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม