กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อ งานวิจัยเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อประเมินคุณภาพชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยโดยการใช้หลักพหุการธรรม 3) เพื่อเปรียบเทียบแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยโดยการใช้หลักพหุการธรรมที่มีเพศ อายุ และชั้นปีการศึกษาต่างกัน และ 4) เพื่อให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยโดยการใช้หลักพหุการธรรม การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบสำรวจ กลุ่มตัวอย่าง คือนักศึกษา จำนวน 372 รูป/คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญและได้ทดลองใช้ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการทดสอบความแปรปรวนแบบทางเดียว ผลการวิจัยพบว่า การประเมินคุณภาพชีวิตของนักศึกษาโดยรวม อยู่ในระดับมาก มีแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยการใช้หลักพหุการธรรม โดยรวมทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับเกือบทุกครั้ง และเมื่อพิจารณาในแต่ละด้านที่มีค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ด้านที่ 3. ด้านอัตตสัมมาปณิธิ อยู่ในระดับเกือบทุกครั้ง รองลงมาคือ ด้านที่ 4. ด้านปุพเพกตปุญญตา อยู่ในระดับเกือบทุกครั้ง และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือด้านที่ 2. ด้านสัปปุริสปัสสยะ อยู่ในระดับเกือบทุกครั้ง ตามลำดับ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า นักศึกษาที่มีเพศต่างกัน มีแนวทางการพัฒนาคุณภาพของชีวิตโดยการใช้หลักพหุการธรรม โดยรวมทั้ง 4 ด้าน ไม่แตกต่างกัน แต่ที่มีอายุและระดับการศึกษาต่างกัน มีแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยการใช้หลักพหุการธรรม โดยรวมทั้ง 4 ด้าน แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 นักศึกษาได้เสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยการใช้หลักพหุการธรรม ดังต่อไปนี้ 1) ด้านปฏิรูปเทสวาสะ คือ ทิ้งขยะในที่สาธารณะ ตามแม่น้ำคูคลอง ถนนหนทางต่าง ๆ จึงควรปลูกจิตสำนึกการรักษาความสะอาด และให้ช่วยกันลดปริมาณของขยะลง 2) ด้านสัปปุริสปัสสยะ คือ ไม่หมั่นเข้าหาพบปะพูดคุยกับสัตบุรุษ จึงควรมีกิจกรรมร่วมกันระหว่างสัตบุรุษ เช่น ปราชญ์ชุมชนกับนักศึกษา 3) ด้านอัตตสัมมาปณิธิ คือใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ซื้อสิ่งของที่ไม่จำเป็น จึงควรใช้จ่ายอย่างประหยัด คิดก่อนใช้จ่ายเงิน บริหารเงินให้เป็นเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี 4) ด้านปุพเพกตปุญญตา คือ บางคนทำความดีเพื่อให้สังคมยกย่องชมเชย จึงควรแนะนำให้ปรับเปลี่ยนเจตคติเป็นทำความดีเพื่อผลคือความดี ไม่สนใจสังคมว่าจะยกย่องหรือไม่ก็ตาม และ 5) ความคิดเห็นอื่น ๆ (เพิ่มเติม) คือ ควรคำนึงถึงมารยาทการอยู่ร่วมกันในสังคม เช่น การไม่ส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน ไม่ปล่อยสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขมาถ่ายมูลหน้าบ้านคนอื่น ๆ