การเตรียมยาต้านวัณโรคบรรจุในถุงขนาดอนุภาคนาโนและความเป็นไปได้ในการรักษาวัณโรคปอด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการพัฒนาสูตรตำรับลิโปโซมผงแห้งที่บรรจุยาไพราซินาไมด์ และโปรลิโปโซมผงแห้งที่บรรจุยา ลีโวฟรอกซาซินสำหรับการนำส่งสู่ทางเดินหายใจเพื่อใช้เป็นทางเลือกในการรักษาวัณโรค เพื่อความปลอดภัยในการใช้ผงแห้งทั้งสองชนิดจึงถูกประเมินความเป็นพิษต่อเซลล์ในระบบทางเดินหายใจและศักยภาพในการกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันจากเซลล์ alveolar macrophage นอกจากนี้ผงแห้งของยาทั้งสองชนิดยังถูกประเมินประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ Mycobacterium bovis (M. bovis) เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนเข้าสู่การศึกษาทางคลินิก และผลการทดลองด้านความปลอดภัยในสัตว์ทดลอง ส่วนประกอบหลักของการเตรียมลิโปโซมคือ ฟอสฟาทิดิลโคลีนจากถั่วเหลืองและโคเลสเตอรอล การเตรียมลิโปโซมผงแห้งที่บรรจุยาไพราซินาไมด์ และโปรลิโปโซมผงแห้งที่บรรจุยาลีโวฟรอกซาซินใช้น้ำตาลแมนนิทอลซึ่งมีสารก่อรูพรุนเป็นส่วนประกอบ ที่ผ่านการสเปรย์ดรายแล้ว ซึ่งมีขนาดประมาณ 3 ไมโครเมตรเป็นอนุภาคแกนผสมกับผงยาในอัตราส่วนต่างๆ ผงยาจะถูกเคลือบด้วยส่วนผสมของฟอสฟาทิดิลโคลีนจากถั่วเหลืองและโคเลสเตอรอลโดยเทคนิคการสเปรย์ดราย โปรลิโปโซมของยาไพราซินาไมด์ และโปรลิโปโซมของยาลีโวฟรอกซาซินสามารถเตรียมได้สำเร็จด้วยเทคนิคสเปรย์ดราย จากการศึกษาพบว่ามีการกระจายของยาอย่างสม่ำเสมอและมีค่าเปอร์เซ็นต์สัมประสิทธิ์ความแปรปรวนต่ำกว่า 6 ในทุกสูตรตำรับ โปรลิโปโซมของยาไพราซินาไมด์ทุกสูตรตำรับ มีเส้นผ่าศูนย์กลางของอนุภาคในอากาศที่มากกว่า 5 ไมโครเมตร ซึ่งใหญ่กว่าขนาดที่คาดว่าจะนำส่งสู่ทางเดินหายใจได้ (1-5 ไมโครเมตร) ดังนั้นการใช้น้ำตาลแมนนิทอลซึ่งมีสารก่อรูพรุนเป็นส่วนประกอบ เป็นแกนของโปรลิโปโซมในการศึกษานี้ไม่สามารถนำส่งยาไปถึงทางเดินหายใจส่วนล่างได้ อย่างไรก็ตามเมื่อนำแลคโตสที่มีขนาดอนุภาค 71 - 90 ไมโครเมตรมาผสมกับสูตรตำรับ พบว่าสูตรตำรับมีเส้นผ่าศูนย์กลางของอนุภาคในอากาศลดลง ขณะที่โปรลิโปโซมของยาลีโวฟรอกซาซินมีเส้นผ่าศูนย์กลางของอนุภาคในอากาศที่ 4 ไมโครเมตร ซึ่งคาดว่าจะนำส่งสู่ทางเดินหายใจได้ (1-5 ไมโครเมตร) เมื่อนำผงยาทั้งสองชนิดมาทดสอบความเป็นพิษกับเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง รวมถึง alveolar macrophage พบว่าผงยาทั้งสองชนิดไม่เป็นพิษกับเซลล์ทั้งหมดในทางเดินหายใจ นอกจากนี้พบว่าผงยาทั้งสองชนิดไม่กระตุ้น alveolar macrophage ให้สร้างสารก่อการอักเสบ เช่น interluekin-1? และ tumor necrosis factor-? ในการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าผงยาทั้งสองชนิดมีความปลอดภัยต่อเซลล์เพาะเลี้ยงในทางเดินหายใจ นอกจากนี้ยังพบว่าสูตรตำรับโปรลิโปโซมของยาไพราซินาไมด์ โปรลิโปโซมของยาลีโวฟรอกซาซิน และน้ำตาลแมนนิทอลซึ่งมีสารก่อรูพรุนเป็นส่วนประกอบ ยังไม่ก่อให้เกิดพิษเฉียบพลันในหนูเมื่อให้โดย Intratracheal Instillation ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าผงยาทั้งสองชนิดในรูปลิโปโซมมีศักยภาพและความปลอดภัยต่อเซลล์ในทางเดินหายใจ ดังนั้นการศึกษาก่อนการศึกษาทางคลินิกในงานวิจัยนี้จะเป็นข้อมูลยืนยันในการทดลองใช้ยาในทางคลินิกต่อไป