โครงการพัฒนาศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเพื่อการท่องเที่ยว อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเพื่อการท่องเที่ยว และเพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพด้วยการนวดและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่างเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา เพศหญิง สมัครใจเข้าร่วม โดยผู้วิจัยได้พัฒนารูปแบบกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพด้วยการจัดทำคู่มือและแบบประเมินความรู้การนวดและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ผ่านการตรวจจากผู้เชี่ยวชาญ แล้วนำรูปแบบฯ มาทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง แบ่งเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 30 คน กลุ่มควบคุมเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับการนวด กลุ่มทดลองเป็นกลุ่มที่ได้รับการนวดตามคู่มือ เป็นเวลา 16 สัปดาห์ ประเมินความรู้ ทดสอบความอ่อนตัว และประเมินระดับความรู้สึกปวดเมื่อย วิเคราะห์ข้อมูล หาร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างภายในกลุ่มด้วยสถิติ Paired t – test และระหว่างกลุ่มด้วยสถิติ Independent t – test ผลการวิจัย ดังนี้ 1. ได้คู่มือและแบบประเมินความรู้การนวดและยืดเหยียดกล้ามเนื้อในการพัฒนารูปแบบกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเพื่อเป็นการพัฒนาศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเพื่อการท่องเที่ยว มีความเที่ยงตรงตามเนื้อหาในระดับดี เนื้อหาประกอบด้วยพื้นฐานระบบกระดูกและระบบกล้ามเนื้อ หลักการและวิธีการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หลักการและวิธีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ โปรแกรมการนวดร่วมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ การประเมินความอ่อนตัวและระดับความรู้สึกปวดเมื่อย2. ผลการประเมินความรู้ด้านการนวดและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัว และระดับความรู้สึกปวดเมื่อย ระหว่างกลุ่มทั้ง 2 กลุ่ม ก่อนการทดลอง ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 หลังการทดลอง 16 สัปดาห์ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ก่อนการทดลองและหลังการทดลอง 16 สัปดาห์ ภายในกลุ่มควบคุม ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ภายในกลุ่มทดลอง มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัย แสดงให้เห็นว่าการพัฒนารูปแบบกิจกรรมด้วยการจัดทำคู่มือการนวดและยืดเหยียดกล้ามเนื้อสามารถช่วยพัฒนาความรู้ด้านการนวดและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ พัฒนาความอ่อนตัว และลดระดับความรู้สึกปวดเมื่อยได้ และช่วยส่งเสริมการพัฒนาศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน