พระธาตุเชิงชุม: พิธีกรรม ตำนาน วิถีชีวิตของชาวสกลนคร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ ประการแรกเพื่อศึกษา ภาษา ดนตรี ศิลปะ วาทกรรม อัตลักษณ์ เรื่องเล่าพิธีกรรม ในพิธีบูชาบูชาพระธาตุ เชิงชุม ประการที่สองเพื่อวิเคราะห์บทบาทของพระธาตุเชิงชุมที่มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดสกลนคร คณะผู้วิจัยเลือกเก็บข้อมูลจากเรื่องเล่า และตำนาน พร้อมกับร่วมสังเกตขบวนแห่ปราสาทผึ้ง ในงานวันออกพรรษา และงานประเพณีนมัสการองค์พระธาตุเชิงชุมประจำปี เพื่อศึกษาภาษา ดนตรีศิลปะ จากนั้นนำข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้กรอบแนวคิดทางด้านคติชนวิทยา วัฒนธรรม และกรอบแนวคิดทางด้านภาษาศาสตร์เชิงสังคมผลการวิจัยพบว่า รูปแบบดนตรีในพิธีบวงสรวงพระธาตุ ประกอบด้วย เสียง จังหวะ ทำนอง สีสันของเสียงพื้นผิวของเสียง และคีตลักษณ์ เครื่องดนตรีที่ใช้ แคน พิณ โปงลาง และโหวดเป็นหลัก ตำนานและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับองค์พระธาตุเชิงชุมแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ประการแรกคือพระธาตุเชิงชุมในการรับรู้ในมิติของเรื่องเล่า ประการที่สอง พระธาตุเชิงชุมในมิติทางประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ในส่วนของเรื่องเล่าและตำนานนั้นพบว่ามีนิทานอุรังคธาตุ ตำนานเมืองสกลนคร ตำนานนาค ตำนานเมืองล่ม ตำนานแม่กาเผือก และตำนานข้าว ส่วนการรับรู้เรื่องราวของพระธาตุเชิงชุมในมิติทางประวัติศาสตร์นั้น แบ่งออกได้เป็นการรับรู้ในยุคก่อนยุครัตนโกสินทร์ตอน ช่วงที่สองเป็นการรับรู้ในช่วงรัตนโกสินทร์ และการรับรู้ในยุคปัจจุบัน วัดพระธาตุเชิงชุมยังเป็นพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใช้แสดงออกในกิจกรรมของกลุ่มซึ่งมีนัยยะในการต่อรองเชิงอำนาจกับรัฐ และการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ที่พวกเขาล้วนแต่เป็นเครือญาติเดียวกัน จิตรกรรมร่วมสมัย เป็นสื่อกลางในการสะท้อนความงดงามผ่านภาพวาด ที่เต็มไปด้วยสีสัน ลายเส้น และการแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวทางศาสนา นิทานพื้นบ้าน ผสมผสานเข้ากับวิถีชีวิตของคนในปัจจุบัน ภาษากลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดจังหวัดสกลนครพบว่ามีทั้งสิ้น 8 กลุ่ม ได้แก่ ไทลาว ภูไท ญ้อ โย้ย กะเลิง โส้โซ่ ทะวืงและบรู แบ่งออกได้เป็น 2 ตระกูลภาษา ได้แก่ตระกูลขร้า-ไท หรือไท-กะไดและออสโตรเอเชียติก ซึ่งกระจายกันอยู่ 15511 หมู่บ้าน เมื่อนำข้อมูลภาษาดังกล่าวมาทำแผนที่ภาษาด้วยโปรแกรม ArcMap แสดงชุมชนภาษาได้ 19 แผ่น นอกจากนี้ยังพบว่าอัตลักษณ์ด้านภาษานั้นมีลักษณะเฉพาะของระบบภาษา และยังพบว่ามีการยืมคำศัพท์ และกลายเป็นสังคมพหุภาษา