กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การผลิตแบคทีเรียลเซลลูโลสจาก Komagataeibacter xylinus TISTR 1011 และ Komagataeibacter nataicola TISTR 975 โดยใช้น้ำมันแกว (Pachyrhizus erosus (L.) Urb.) เป็นแหล่งคาร์บอน วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถในการผลิตแบคทีเรียลเซลลูโลสจากแบคทีเรีย K. xylinus TISTR 1011 และ K. nataicola TISTR 975 โดยใช้น้ำมันแกวเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อ การผลิตเส้นใยเซลลูโลส ปริมาณเซลลูโลส และอัตราการผลิตเซลลูโลสของ K. xylinus TISTR 1011 มีความสามารถในการผลิตแบคทีเรียลเซลลูโลสมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ K. nataicola TISTR 975 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P <0.05) โดยมีความหนาของแบคทีเรียลเซลลูโลส 13.33 มิลลิเมตร ปริมาณเซลลูโลส 0.4729 กรัมต่อลิตร และอัตราการผลิตเซลลูโลส 0.05 กรัมต่อวัน ตามลำดับ ผลการการศึกษาคุณลักษณะทางกายภาพ การวัดค่าสี การวัดความแข็ง น้ำหนักเปียก และการทดสอบความเหนียวนุ่มของแบคทีเรียลเซลลูโลสจากน้ำมันแกวโดยการทดสอบการทนเคี้ยว พบว่าแบคทีเรียลเซลลูโลสที่ผลิตโดย K. xylinus TISTR 1011 มีค่าความสว่าง (L*) ค่าสีแดง (a*) และ ค่าสีเหลือง (b*) ความแข็ง น้ำหนักเปียก และคะแนนการทนเคี้ยว สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับแบคทีเรียลเซลลูโลสที่ผลิตด้วย K. nataicola TISTR 975 (P <0.05) การทดสอบทางประสาทสัมผัส ผู้ประเมินให้คะแนนความชอบด้านรสชาติ สี และ ความชอบโดยรวม ของผลิตภัณฑ์แบคทีเรียลเซลลูโลสที่ใช้น้ำมันแกวเป็นแหล่งคาร์บอน ผลิตจาก K. nataicola TISTR 975 สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ K. xylinus TISTR 1011 (P <0.05) ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า น้ำมันแกวสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งของสารอาหารและคาร์บอนในการผลิตแบคทีเรียลเซลลูโลส โดยใช้แบคทีเรียในสกุล Komagataeibacter ซึ่งสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์แบคทีเรียลเซลลูโลสจากน้ำมันแกวต่อไป การผลิตและคุณลักษณะของแบคทีเรียลเซลลูโลสจากแบคทีเรีย K. nataicola TISTR 975 โดยใช้น้ำมันแกวเป็นแหล่งสารอาหาร เพื่อศึกษาปัจจัยบางประการในการผลิตแบคทีเรียลเซลลูโลสจากแบคทีเรียสายพันธุ์ K. nataicola TISTR 975 โดยใช้น้ำมันแกว พบว่าปริมาณของแข็งทั้งหมดที่ละลายได้ 10 องศาบริกซ์ ให้ผลผลิตเซลลูโลสสูงสุด 2.71 กรัมต่อลิตร และระดับความเข้มข้นของแอมโมเนียมซัลเฟตร้อยละ 0.1 ให้ผลผลิตเซลลูโลสสูงสุด 2.37 กรัมต่อลิตร การผลิตแบคทีเรียลเซลลูโลสโดยใช้น้ำมันแกวซึ่งปรับปริมาณของแข็งทั้งหมดที่ละลายได้ 10 องศาบริกซ์ และแอมโมเนียมซัลเฟตร้อยละ 0.1 วิเคราะห์สีด้วย Colorimeter พบว่า ค่าสี L*, a* และ b* เท่ากับ 47.67, -2.86 และ -4.69 ตามลำดับ ทดสอบลักษณะเนื้อสัมผัสด้วย Texture analyzer มีค่าความแข็งและความยืดหยุ่น เท่ากับ 1,539.70 กรัม และ 0.15 มิลลิเมตร ตามลำดับ ผลการทดสอบทางประสาทสัมผัส ความชอบในด้านสีสูงสุด รองลงมา คือ ความชอบโดยรวม กลิ่น ลักษณะเนื้อสัมผัส และรสชาติ คะแนนอยู่ในระดับความชอบปานกลางถึงชอบมาก มันแกวพืชท้องถิ่นจังหวัดมหาสารคามสามารถนำมาเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตแบคทีเรียลเซลลูโลสโดยแบคทีเรียสายพันธุ์ K. nataicola TISTR 975 และมีคุณลักษณะผลิตภัณฑ์สอดคล้องกับคุณลักษณะที่ต้องการของวุ้นสวรรค์ในทางการค้า การผลิตแบคทีเรียลเซลลูโลสสําหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบแผ่นมาสก์หน้าไบโอเซลลูโลสจากนํ้ามันแกว โดยแบคทีเรีย K. xylinus TISTR 1011 เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ต้นแบบแผ่นมาส์กหน้าแบคทีเรียลเซลลูโลสจากน้ำมันแกว ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าน้ำมันแกวมีศักยภาพในการเป็นวัตถุดิบทางเลือกใหม่สำหรับการผลิตแบคทีเรียลเซลลูโลสโดยใช้เป็นแหล่งสารอาหารในอาหารเพาะเลี้ยงแบคทีเรียผลิตเซลลูโลสและสามารถพัฒนาไปเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบแผ่นมาสก์หน้าไบโอเซลลูโลส
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. Representative of the deliverable demonstrated in relevant environments
ต้นแบบเทคโนโลยีการพัฒนาการผลิตแบคทีเรียลเซลลูโลสจากมันแกว ประยุกต์ใช้ในการแปรรูปเป็นวุ้นสวรรค์น้ำมันแกว และแผ่นมาส์กหน้าไบโอเซลลูโลสจากน้ำมันแกว มีการสาธิตการใช้งานและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง นักวิจัยชุมชนท้องถิ่น นักวิจัยชาวบ้าน/นวัตกรชาวบ้านในชุมชน/วิทยากรต้นแบบของชุมชน และหน่วยงานที่ร่วมมือในการส่งเสริมการแปรรูปให้แก่ผู้ประกอบการชุมชน/ท้องถิ่น ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งการนำมันแกวมาแปรรูปเป็นการแก้ปัญหาของชุมชนอย่างยั่งยืน
ระดับงานวิจัยประยุกต์ (Applied Research) การวิจัยเพื่อการนำไปประยุกต์ใช้การนำแนวคิดของเทคโนโลยี และ/ หรือ วิธีการนำผลลัพธ์ของเทคโนโลยีจากงานวิจัยไปใช้งาน การวิจัยและพัฒนาการผลิตแบคทีเรียลเซลลูโลสจากมันแกวเพื่อเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ไบโอเซลลูโลสและการประยุกต์ใช้นวัตกรรมการแปรรูปและการใช้ประโยชน์จากมันแกวมีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับมันแกวซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นที่ยังขาดการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์รวมถึงการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืน เกษตรกรขาดความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ดังนั้นการวิจัยและพัฒนาการผลิตแบคทีเรียลเซลลูโลสจากมันแกวเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากหัวมันแกวสด
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
ศึกษา วิจัย ทดสอบแนวทางการพัฒนาหรือแก้ปัญหาที่กำหนดขึ้นร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ชุมชน นักวิจัยชาวบ้าน/นวัตกรชาวบ้านในชุมชน/วิทยากรต้นแบบของชุมชน ได้แก่ องค์ความรู้การผลิตแบคทีเรียลเซลลูโลสจากมันแกว เกิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์ไบโอเซลลูโลสและการนำไปประยุกต์ใช้เป็นผลิตภัณฑ์อาหาร และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง องค์การบริหารส่วนตำบล อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ร่วมสนับสนุนการส่งเสริมการแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรท้องถิ่น ร่วมสนับสนุนการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เสริม
การกำหนดปัญหา การเสนอแนวคิดในการพัฒนาหรือการแก้ปัญหาและคาดการณ์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องในโครงการ มันแกวเป็นพืชเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงคู่กับจังหวัดมหาสารคาม โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบรบือ และอำเภอกุดรัง ที่ปลูกกันมานานกว่า 40 ปี ด้วยสภาพดินร่วนปนทราย ทำให้มันแกวหัวสดในพื้นที่มีรสชาติหวานกรอบกว่าแหล่งอื่น อีกทั้งเปลือกยังมีสีขาวนวล เนื่องจากมีการปลูกมันแกวเป็นจำนวนมาก ปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ที่มีมาตลอด คือ เมื่อถึงฤดูเก็บผลผลิตราคาตกต่ำ การขาดความต่อเนื่องและขาดการสนับสนุนให้คงความเป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น สำนักงานเกษตรอำเภอบรบือ และอำเภอกุดรัง พร้อมด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงได้หันไปให้ความสนใจที่จะรักษาพืชเอกลักษณ์ประจำถิ่นเอาไว้อย่างจริงจัง พร้อมมีการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มปลูก การแปรรูปและเพิ่มมูลค่า ไปสู่ด้านพัฒนาการตลาดเพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้าแปรรูปมันแกว