กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพเป็นที่ต้องการของเกษตรกรค่อนข้างสูง และสอดคล้องกับแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์ แต่ในเชิงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และชีวภาพนั้นพบว่า ยังมีปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการผลิตในระดับชุมชนหรืออุตสาหกรรมซึ่งไม่สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีปัจจัยมาจากหลายสาเหตุ เช่น ปัญหาด้านการจัดการวัตถุดิบ ปัญหาเทคโนโลยีการผลิต เครื่องจักรอุปกรณ์และการซ่อมบำรุง และการควบคุมคุณภาพ จึงจำเป็นต้องแก้ไข ซึ่งผลการศึกษาแนวทางการบริหารการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อย่างครบวงจร น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยงานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาศักยภาพและสถานภาพของการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ทั้ง 19 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อทำการคัดเลือกจังหวัดที่มีศักยภาพสูงสุด 3 จังหวัด โดยใช้วิธีการคัดเลือกโดยเทคนิคการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้น (Analytical Hirarchy Process: AHP) ผลปรากฏว่าจังหวัดที่มีศักยภาพสูงสุด 3 จังหวัด คือ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น และอุบลราชธานี จากนั้นเข้าสำรวจข้อมูลภาคสนามและวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้พบว่าการบริหารจัดการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และชีวภาพของแต่ละกลุ่มมีลักษณะคล้ายคลึงกัน อีกทั้งยังพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ส่วนใหญ่ คือ ปัญหาด้านงบประมาณ ปัญหาด้านเทคโนโลยี และปัญหาด้านวัตถุดิบ จึงได้มีการนำเสนอโรงงานต้นแบบผลิตปุ๋ยอินทรีย์และชีวภาพเชิงธุรกิจ ที่พัฒนาโดยศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านชีวมวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ในระดับธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งสามารถประยุกต์ใช้เป็นโรงงานบำบัดขยะชุมชนทำให้ได้ปุ๋ยอินทรีย์จากขยะ ถือเป็นการแก้ปัญหาด้านวัตถุดิบขาดแคลนได้อีกด้วย นอกจากนั้นแล้วยังได้จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และยุทธศาสตร์และแผนการบริหารจัดการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อย่างครบวงจร พร้อมทั้งมีการถ่ายเทคโนโลยีให้กับผู้สนใจทั่วไป โดยใช้วิธีการศึกษาดูงานและเอกสารเผยแพร่