การพัฒนาวิธีวิเคราะห์หาโลหะหนักปริมาณน้อยที่ตกค้างในลำน้ำน่าน ด้วยวิธีการเพิ่มความเข้มข้นร่วมกับวิธีอะตอมมิคแอบซอพชั่นสเปกโทรโฟโตเมตรี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในงานวิจัยนี้ได้ศึกษาเยื่อเปลือกไข่ของไข่ไก่และไข่เป็ด 2 รูปแบบ คือ เยื่อเปลือกไข่ที่ยังไม่ได้ผ่านการต้มและเยื่อเปลือกไข่ที่ผ่านการต้ม โดยศึกษาลักษณะทางกายภาพของเยื่อเปลือกไข่ ด้วยเทคนิคฟูเรียร์ทรานสฟอร์ม อินฟราเรด สเปกโทรสโกปี พบแถบของ -OH ที่ 3419 cm- 1, C-H ที่ 2930 cm- 1 และที่ 1652 และ 1534 cm- 1 เป็นแถบการดูดกลืนของ amide I และ II ตามลำดับ ซึ่งหมู่ฟังก์ชันเหล่านี้สามารถจับกับไอออนโลหะได้ ส่วนผลจากภาพถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบสแกน พบว่าเส้นใยของเยื่อเปลือกไข่ไก่ และไข่เป็ด ที่ได้หลังจากการต้มถูกทำลายเสียสภาพ เพราะฉะนั้นจึงเลือกเยื่อไข่เป็ดที่ไม่ได้ต้มเป็นวัสดุในการเพิ่มความเข้มข้น เนื่องจากสามารถเก็บเปลือกไข่เป็ดได้จากแหล่งเดียวกัน (ร้านขนมไทยในจังหวัดพิษณุโลก) นำไปใช้ในการศึกษาการเพิ่มความเข้มข้นของนิกเกิล แคดเมียม และตะกั่ว ด้วยวิธีแบทช์ร่วมกับการตรวจวัดด้วยเทคนิค เฟลมอะตอมมิคแอบซอพชั่นสเปกโทรโฟโตเมตรี ภายใต้สภาวะที่เหมาะสม ค่าการดูดซับสูงสุดของ นิกเกิล แคดเมียม และตะกั่ว เข้มข้น 3 มิลลิกรัมต่อลิตร มีค่ามากกว่าร้อยละ 90 ค่าร้อยละการกลับคืนได้จากเทคนิคอัลตราโซนิคแอซิดไดเจสชั่นสำหรับนิกเกิลและแคดเมียม ส่วนการชะด้วยกรดไนตริกเข้มข้น 0.5 โมลต่อลิตรเหมาะสำหรับตะกั่ว ขีดจำกัดต่ำสุดในการวิเคราะห์สำหรับนิกเกิล แคดเมียม และตะกั่ว ได้เท่ากับ 0.015, 0.002 และ 0.132 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ ค่า enrichment factors เท่ากับ 2.63, 2.96 และ 2.47 สำหรับนิกเกิล แคดเมียม และตะกั่ว ตามลำดับ และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานสัมพัทธ์ เท่ากับ 6.6%, 5.1% และ 5.1% ตามลำดับ นิกเกิล และตะกั่วถูกตรวจพบในบางพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดพิจิตร ส่วนแคดเมียมตรวจไม่พบในแม่น้ำน่านในเขตภาคเหนือตอนล่างนี้ด้วยวิธีที่นำเสนอ