กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
<p>งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาวัสดุเชิงประกอบชีวภาพพอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำชนิดโครงสร้างตรงผสมสารตัวเติมเสริมแรงผงชานอ้อยและเปลือกไข่ไก่ มีสัดส่วนผสมโดยปริมาณน้ำหนัก ดังนี้ 6/4 12/8 17/13 20/20 13/17 8/12 และ 4/6 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และผงชานอ้อยปรับปรุงผิวด้วยสารเคมี(3-trimethoxysilyl) propyl methacrylate) และ ผงเปลือกไข่ไก่ปรับปรุงผิวด้วยสารเคมี titanium (IV) isopropoxide ผลการทดลองพบว่าไข่ไก่มีแคลเซียมออกไซค์ปริมาณสูงประมาณ 99 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาณน้ำหนัก พบว่ามอดุลัสความทนแรงดึง มอดุลัสความทนแรงดัด และความแข็งของวัสดุเชิงประกอบชีวภาพพอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำชนิดโครงสร้างตรง/ชานอ้อย/เปลือกไข่ชนิดปรับปรุงผิวจะมีค่าสูงกว่าเมื่อเทียบกับ ชนิดไม่ปรับปรุงผิว ค่าของสมบัติเชิงกลเหล่านี้จะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเพิ่มปริมาณอนุภาคผงชานอ้อยและเปลือกไข่ ความทนแรงดึงสูงสุด ความทนแรงดัดสูงสุด และความทนแรงกระแทกของวัสดุเชิงประกอบพอลิเมอร์ทั้งชนิดไม่ปรับปรุงผิวและปรับปรุงผิวจะมีแนวโน้มลดลง เมื่อเพิ่มปริมาณอนุภาคผงชานอ้อยและเปลือกไข่ การตรวจสอบระดับผลึกของวัสดุเชิงประกอบชีวภาพพอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำชนิดโครงสร้างตรง/ชานอ้อย/เปลือกไข่ด้วยเทคนิคดิฟเฟอเรนเชียลสแกนนิงแคลอริมิเตอร์ พบว่าอนุภาคผงชานอ้อยและเปลือกไข่มีอิทธิพลต่อระดับของผลึกของวัสดุเชิงประกอบพอลิเมอร์ แต่อุณหภูมิหลอมเหลวของวัสดุเชิงประกอบพอลิเมอร์ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ความเสถียรทางความร้อนของวัสดุเชิงประกอบชีวภาพพอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำชนิดโครงสร้างตรง/ชานอ้อย/เปลือกไข่ทั้งชนิดไม่ปรับปรุงผิว และปรับปรุงผิวจะลดลงเมื่อเพิ่มปริมาณผงชานอ้อยและเปลือกไข่ ผลิตภัณฑ์จานต้นแบบจากวัสดุเชิงประกอบชีวภาพพอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำชนิดโครงสร้างตรง/ชานอ้อย/เปลือกไข่ที่ใช้สารเคมีปรับปรุงผิวชานอ้อย และเปลือกไข่ จะส่งผลให้สารตัวเติมเสริมแรงสามารถกระจายตัวเข้าไปแทรกภายในเนื้อพอลิเมอร์ได้ดีกว่าการไม่ปรับปรุงผิว</p>