การพัฒนาวัสดุเชิงประกอบชีวภาพแบบลูกผสมพอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำชนิดโครงสร้างตรง/เปลือกไข่/ชานอ้อยสำหรับบรรจุภัณฑ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
<p>งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาวัสดุเชิงประกอบชีวภาพพอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำชนิดโครงสร้างตรงผสมสารตัวเติมเสริมแรงผงชานอ้อยและเปลือกไข่ไก่ มีสัดส่วนผสมโดยปริมาณน้ำหนัก ดังนี้ 6/4 12/8 17/13 20/20 13/17 8/12 และ 4/6 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และผงชานอ้อยปรับปรุงผิวด้วยสารเคมี(3-trimethoxysilyl) propyl methacrylate) และ ผงเปลือกไข่ไก่ปรับปรุงผิวด้วยสารเคมี titanium (IV) isopropoxide ผลการทดลองพบว่าไข่ไก่มีแคลเซียมออกไซค์ปริมาณสูงประมาณ 99 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาณน้ำหนัก พบว่ามอดุลัสความทนแรงดึง มอดุลัสความทนแรงดัด และความแข็งของวัสดุเชิงประกอบชีวภาพพอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำชนิดโครงสร้างตรง/ชานอ้อย/เปลือกไข่ชนิดปรับปรุงผิวจะมีค่าสูงกว่าเมื่อเทียบกับ ชนิดไม่ปรับปรุงผิว ค่าของสมบัติเชิงกลเหล่านี้จะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเพิ่มปริมาณอนุภาคผงชานอ้อยและเปลือกไข่ ความทนแรงดึงสูงสุด ความทนแรงดัดสูงสุด และความทนแรงกระแทกของวัสดุเชิงประกอบพอลิเมอร์ทั้งชนิดไม่ปรับปรุงผิวและปรับปรุงผิวจะมีแนวโน้มลดลง เมื่อเพิ่มปริมาณอนุภาคผงชานอ้อยและเปลือกไข่ การตรวจสอบระดับผลึกของวัสดุเชิงประกอบชีวภาพพอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำชนิดโครงสร้างตรง/ชานอ้อย/เปลือกไข่ด้วยเทคนิคดิฟเฟอเรนเชียลสแกนนิงแคลอริมิเตอร์ พบว่าอนุภาคผงชานอ้อยและเปลือกไข่มีอิทธิพลต่อระดับของผลึกของวัสดุเชิงประกอบพอลิเมอร์ แต่อุณหภูมิหลอมเหลวของวัสดุเชิงประกอบพอลิเมอร์ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ความเสถียรทางความร้อนของวัสดุเชิงประกอบชีวภาพพอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำชนิดโครงสร้างตรง/ชานอ้อย/เปลือกไข่ทั้งชนิดไม่ปรับปรุงผิว และปรับปรุงผิวจะลดลงเมื่อเพิ่มปริมาณผงชานอ้อยและเปลือกไข่ ผลิตภัณฑ์จานต้นแบบจากวัสดุเชิงประกอบชีวภาพพอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำชนิดโครงสร้างตรง/ชานอ้อย/เปลือกไข่ที่ใช้สารเคมีปรับปรุงผิวชานอ้อย และเปลือกไข่ จะส่งผลให้สารตัวเติมเสริมแรงสามารถกระจายตัวเข้าไปแทรกภายในเนื้อพอลิเมอร์ได้ดีกว่าการไม่ปรับปรุงผิว</p>