ศึกษาการพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มชาติพันธุ์ (ม้ง เย้า มูเซอ ลีซอ )
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์และแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มชาติพันธุ์ (ม้ง เย้า มูเซอ ลีซอ) กลุ่มละ 120 คน รวมทั้งสิ้น 480 คน และผู้นำชุมชน ผู้นำวัฒนธรรมชุมชนละ 15 คน รวมทั้งสิ้น 60 คน ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ปี 2565 ทำการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ คือแบบสอบถามคาดประมาณและพยากรณ์สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มชาติพันธุ์ (ม้ง เย้า มูเซอ ลีซอ) และสัมภาษณ์เชิงลึกสำหรับผู้นำชุมชนในกลุ่มชาติพันธุ์ (ม้ง เย้า มูเซอ ลีซอ) ได้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาครอนบาค ได้เท่ากับ .85, .82 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1. คาดประมาณกลุ่มผู้ใช้แรงงานชาติพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติดต่อพันประชากร พบว่า ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 เท่ากับ 171.2 ต่อพัน อันดับที่ 2 คือสูบบุหรี่ เท่ากับ 168.8 ต่อพัน อันดับที่ 3 คือใช้ยาคลายเครียด เท่ากับ 38.2 ต่อพัน อันดับที่ 4 คือเคยบำบัดยาเสพติด เท่ากับ 22.9 ต่อพัน อันดับที่ 5 คือเสพกัญชา เท่ากับ 22.9 ต่อพัน อันดับที่ 6 คือเสพยาบ้า เท่ากับ 17.7 ต่อพัน อันดับที่ 7 คือใช้ยาเสพติดชนิดอื่นๆ เท่ากับ 14.5 ต่อพัน และอันดับสุดท้ายคือใช้ยาเสพติดชนิดฉีด เท่ากับ 12.2 ต่อพัน2. รูปแบบการเฝ้าระวังในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มชาติพันธุ์ (ม้ง เย้า มูเซอ ลีซอ) โดยผู้นำชุมชนที่สามารถป้องกันปัญหา และได้ผลเป็นที่พึงพอใจของคนในชุมชนมี 4 รูปแบบคือ รูปแบบที่ 1 การพูดคุยทำความเข้าใจ และเข้าถึงกลุ่มผู้เสพโดยผู้ใหญ่บ้านและผู้นำวัฒนธรรม รูปแบบที่ 2 การเดินลาดตะเวน หรือการตั้งด่านตรวจ รูปแบบที่ 3 การให้ความรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดให้แก่แกนนำชุมชน และรูปแบบที่ 4 บำบัด พูดคุยบนฐานของชุมชน