รูปแบบการป้องกันพฤติกรรมการเสพยาบ้ารายใหม่ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยความร่วมมือของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
<p> การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนารูปแบบการป้องกันพฤติกรรมการเสพยาบ้ารายใหม่ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยความร่วมมือของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ใช้วิธีการวิจัยเชิงผสมผสานวิธี ทั้งการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) แบ่งการวิจัยออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 อธิบายสาเหตุและที่มาของพฤติกรรมการเสพยาบ้ารายใหม่ โดยการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อนำไปสู่ระยะที่ 2 เป็นการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเสพยาบ้ารายใหม่ในนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยการวิจัยเชิงปริมาณ ในนักเรียน อายุ 13 - 15 ปี ที่กำลังศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จำนวน 312 คน ได้มาด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการถดถอย Binary Logistic Regression และระยะที่ 3 พัฒนารูปแบบการป้องกันพฤติกรรมการเสพยาบ้ารายใหม่ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยความร่วมมือของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ด้วยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ</p> <p> ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) สาเหตุและที่มาของพฤติกรรมการเสพยาบ้ารายใหม่ฯ พบว่า เกิดจากพฤติกรรมส่วนบุคคล ทักษะที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการเสพยาบ้า สภาพแวดล้อม แหล่งที่อยู่อาศัยที่เอื้อต่อการใช้ยาบ้า บริบทของครอบครัว บริบทของสถานศึกษา อิทธิพล จากเพื่อน ความเข้มแข็งของชุมชน 2) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเสพยาบ้ารายใหม่ โดยเรียงลำดับอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ อิทธิพลจากเพื่อน สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่เอื้อ ต่อการใช้ยาเสพติด การนอนค้างบ้านเพื่อนเป็นประจำ เคยคิดจะทดลองใช้ยาบ้า และเคยอยู่ ในกลุ่มคนเสพยาบ้า 3) รูปแบบการป้องกันพฤติกรรมการเสพยาบ้ารายใหม่ในนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ประกอบด้วย 9 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) พัฒนาศักยภาพผู้เกี่ยวข้องกับการป้องกันนักเสพยาบ้ารายใหม่ โดยบุคลากรทางด้านสาธารณสุขและทีมที่เกี่ยวข้อง 2) สร้างทีมเครือข่ายป้องกันยาบ้าในพื้นที่3) สร้างครอบครัวมีรัก 4) การสร้างแผนชุมชนแบบบูรณาการด้านการป้องกันยาบ้าของทีมเครือข่ายชุมชน (ภาคประชาชน ครอบครัว หน่วยงานภาครัฐ) 5) สร้างระบบการเชื่อมต่อสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยี เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล 6) กระบวนการค้นหา วิเคราะห์ความสนใจอย่างไม่เป็นทางการ 7) จัดเวทีปล่อยของตามความสนใจของเยาวชนในชุมชน 8) จัดเวทีปล่อยของตามความสนใจของเยาวชนในโรงเรียน 9) กำหนดและแสดงบทบาทร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง</p> <p> ข้อเสนอแนะที่ได้จากการศึกษาควรนำผลที่ได้จากการศึกษาไปใช้ในการป้องกันเยาวชนไม่ให้มีพฤติกรรมการเสพยาบ้ารายใหม่ และเสนอเป็นเชิงนโยบายให้กับผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติการด้านการป้องกันยาเสพติดในพื้นที่</p> <p> </p> <p> </p>