Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

การยกระดับกระบวนการผลิตอิฐมอญโดยใช้ระบบอัตโนมัติและการสร้างมาตรฐานขั้นตอนปฏิบัติงานของวิสาหกิจชุมชนผลิตอิฐมอญ ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง

วราคม วงศ์ชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการออกแบบและสร้างระบบตัดอิฐมอญและระบบลำเลียงอิฐมอญแบบอัตโนมัติ โดยทำการศึกษาในโรงงาน ส.อิฐมอญ และ โรงงาน อนันต์อิฐมอญ ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ผลการศึกษาพบว่าสัดส่วนกิจกรรมกระบวนการผลิตอิฐมอญแยกเป็น 3 กิจกรรมได้แก่ กิจกรรมที่เพิ่มมูลค่า (VA) กิจกรรมที่ไม่เพิ่มมูลค่า (NVA) และกิจกรรมที่ไม่เพิ่มมูลค่าแต่จำเป็น (NNVA) จำนวนกิจกรรมที่เพิ่มมูลค่า (VA) มี 8 กิจกรรม ใช้เวลาเฉลี่ย 8 วัน 23 ชั่วโมง 10 นาที จำนวนกิจกรรมที่ไม่เพิ่มมูลค่า (NVA) มี 4 กิจกรรม ใช้เวลาเฉลี่ย 60 วัน 1 ชั่วโมง 40 นาที และกิจกรรมที่ไม่เพิ่มมูลค่าแต่จำเป็น (NNVA) มี 10 กิจกรรม ใช้เวลาเฉลี่ย 2 วัน 7 ชั่วโมง 20 นาที ระบบตัดอิฐมอญอัตโนมัติสามารถทำงานได้ตรงตามมาตรฐานการผลิตอิฐมอญของโรงงาน โดยตั้งค่าการตัดอิฐมอญที่ 215 mm และวัดความยาวหลังการตัดโดยใช้เวอเนียร์ จากการสุ่มตัวอย่างจำนวน 75 ชิ้นพบว่ามีค่าเฉลี่ยความยาวเท่ากับ 215.1 mm ค่า S.D. เท่ากับ 0.357 ระบบลำเลียงอิฐมอญสามารถเลือกการทำงานได้ทั้งแบบ Manual และแบบ Auto โดยการปรับสวิตซ์เลือก ปัจจุบันได้ทำการทดสอบการใช้งานระบบลำเลียงอิฐมอญในกระบวนการผลิตจริงแล้วเป็นระยะเวลามากกว่า 1 เดือน โดยได้ขนถ่ายชิ้นงานมากกว่า 140,000 ชิ้น พบว่าระบบลำเลียงอิฐมอญสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี ช่วยลดระยะเวลาการขนถ่ายชิ้นงานเข้าเตาเผาและลดระยะเวลาการขนถ่ายชิ้นงานดีขึ้นรถบรรทุก 10 ล้อ คิดเป็น 50% (ใช้เวลาในการขนถ่ายชิ้นงานลดลง 50%) และสามารถป้องกันชิ้นงานตกเสียหายได้จากปกติ 5% ลดลงเหลือต่ำกว่า 1%ประเด็นหลักที่เป็นหัวใจสำคัญในการผลิตอิฐมอญคือ ประเด็นการควบคุมความชื้นในก้อนอิฐดินดิบก่อนเข้าสู่กระบวนการเผา โดยต้องแน่ใจว่าความชื้นได้ระเหยออกจากก้อนอิฐดินดิบ คงเหลือความชื้นในก้อนอิฐดินดิบไม่เกินร้อยละ 10-15 หรือสังเกตได้จากผิวก้อนอิฐดินดิบที่แห้งสนิทกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งการมีความชื้นคงเหลือในก้อนอิฐดินดิบมากเกินไป จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาตรของอิฐดินดิบขณะเผา กล่าวคือความร้อนในเตาจะขับไล่ความชื้นออกจากก้อนอิฐดินดิบอย่างรวดเร็ว ทำให้ก้อนอิฐเปลี่ยนแปลงปริมาตรมากโดยทันที เกิดการหดตัวเร็ว เกิดการแตกร้าวตามมา ซึ่งกระบวนการที่มีผลกระทบต่อการมีความชื้นสะสมในก้อนอิฐดินดิบมากคือกระบวนการเตรียมดิน การเติมน้ำลงในดินเหนียวในขั้นตอนปั่นดินให้เนื้อดินกวนง่ายเป็นเนื้อเดียวกัน ในกรณีที่เติมน้ำในดินเหนียวมากเกินไป นอกจากจะทำให้ก้อนอิฐดินดิบไม่คงรูปหรือเละ แต่ยังส่งผลต่อกระบวนการผึ่งแห้งที่ต้องรอระยะเวลาให้ก้อนอิฐดินดิบแห้งเป็นระยะเวลานานขึ้น เพื่อให้น้ำระเหยออกจากชิ้นงานให้หมด ก่อนเข้าสู่กระบวนการเผา นอกจากนี้ ในช่วงฝนตกชุก ก้อนอิฐดินดิบแห้งตัวช้า ในบางครั้งผู้ประกอบการต้องการให้ก้อนอิฐดินดิบแห้งตัวเร็วขึ้น จึงตัดสินใจนำเข้าเตาเผาด้วยการอุ่นอิฐทั้งที่ก้อนอิฐยังไม่แห้งดี ทำให้สิ้นเปลืองฝืนหรือเชื้อเพลิงในการไล่ความชื้น หรือกรณีเสียดายเชื้อเพลิง จึงไม่เพิ่มระยะเวลาในการอุ่นอิฐ ก็เร่งเผาตามปกติ ไม่รอให้ความชื้นในก้อนอิฐดินดิบระเหยออกไปก่อน ทำให้ก้อนอิฐแตกร้าวเนื่องจากหดตัวเร็ว หรือก้อนอิฐบางส่วนไม่สุก ค่ากำลังอัดก็ไม่ได้ถึงเกณฑ์มาตรฐานคณะผู้วิจัยได้ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมกับกระบวนการเผาคือ ให้อุ่นก้อนอิฐดินดิบจนกระทั่งความชื้นระเหยออกจากก้อนอิฐได้มากที่สุด สังเกตว่าไม่ปรากฎกลุ่มควันสีขาวลอยเหนือบริเวณเตา จากนั้นจึงเติมฝืนคราวละมากๆ เพื่อเพิ่มอุณหภูมิในเตาให้สูง โดยเติมฝืนต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ชั่วโมง จะได้อุณหภูมิ 700 องศาเซลเซียส จากนั้นหยุดเติมฝืน ปล่อยให้ความร้อนระอุในเตา เมื่ออิฐเย็นตัวลงถึงอุณหภูมิปกติ จึงนำออกจากเตาได้ อิฐที่เผาด้วยกระบวนการดังนี้ จะมีค่ากำลังอัดประมาณ 26 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร

คำสำคัญ

ระบบอัตโนมัติAutomation SystemFired Clay Bricks ProductionFired Clay Bricks PropertiesStandardization of Operational Procedures for Fired Clay Cricksกระบวนการผลิตอิฐมอญคุณสมบัติอิฐมอญมาตรฐานขั้นตอนปฏิบัติงานการผลิตอิฐมอญ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษากระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเศษไม้และเศษเซรามิกส์อย่างมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านสบตุ๋ย ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

รองศาสตราจารย์ ศิริกร อิ่นคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2555

การพัฒนาชุดกิจกรรมการผลิตเซรามิกและการใช้ประโยชน์เตาอินทขิลสำหรับกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนในชุมชนอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

รตานรี สุทธิพงษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2563

การยกระดับอุตสาหกรรมเซรามิกขนาดเล็ก จังหวัดลำปาง สู่อัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์ลําปางนครหัตถศิลป์ถิ่นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ธิติมา คุณยศยิ่ง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การศึกษากระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเศษวัสดุในการผลิตเซรามิกอย่างมีส่วนร่วม ของชุมชนบ้านหมอสมตำบลปงแสนทอง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

สมชาย เยี่ยงพฤกษาวัลย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2558

การพัฒนาอิฐพื้นบ้านมวลเบา สำหรับวิสาหกิจชุมชนบ้านสันบุญเรือง ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง จากเถ้าลอยลิกไนต์และกากดินขาวลำปาง

รองรัตน์ ระมิงค์วงศ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2559

การพัฒนาข้อกำหนดเฉพาะระบบอุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์เซรามิก จังหวัดลำปาง

สรวิศ มูลอินต๊ะ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2563

แนวทางในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านผลิตภัณฑ์สินค้าหัตถกรรมเครื่องจักสานของกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนบ้านเด่นมะขาม ตำบลตะลุกกลางทุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดตาก

จาตุรงค์ สุทาวัน วิทยาลัยนอร์ทเทิร์น พ.ศ. 2562

การปรับปรุงเพื่อเพิ่มผลผลิตขนมทองม้วนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปบ้านกุดกุ่ม ตำบลบุ่งคล้า อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

ปัญญา เทียนนาวา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2559

การศึกษากระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุเซรามิกส์อย่างมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านหนองห้า ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

รองศาสตราจารย์ ศิริกร อิ่นคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2554

การพัฒนาขีดความสามารถผู้ประกอบการ OTOP และยกระดับ คุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐาน กลุ่มทอผ้าบ้านหนองบัวลอง ตำบลไทยสามัคคี อำเภอหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์

ณัฐ ประสีระเตสัง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2563