Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2557

แนวทางการพัฒนาการจัดการสารสนเทศประเภทห้องสมุดโรงเรียนในฝันของประเทศไทย

บุญญลักษม์ ตำนานจิตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต พ.ศ. 2557

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Method Research) มุ่งศึกษาแนวทางการพัฒนาการจัดการสารสนเทศประเภทห้องสมุดโรงเรียนในฝันของประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณ ที่เป็นครู/อาจารย์ที่ทาหน้าที่บรรณารักษ์ จานวน 400 คน โดยคัดเลือกเฉพาะแบบสอบถามชุดที่สมบูรณ์ ได้จานวน 365 ชุด และใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้บริหารส่วนใหญ่เป็น ผู้อานวยการโรงเรียนในฝัน/เทียบเท่า จานวน 400 คน โดยคัดเลือกเฉพาะแบบสัมภาษณ์ชุดที่สมบูรณ์ ได้จานวน 310 คน เครื่องมือในการวิจัยเชิงปริมาณ คือ แบบสอบถามแนวทางการพัฒนาการจัดการสารสนเทศประเภทห้องสมุดโรงเรียนในฝันของประเทศไทย ซึ่งได้ค่าความเที่ยงของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ .915 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสาเร็จรูปคานวณค่าสถิติ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ข้อมูลเบื้องต้นของข้อเสนอแนะนามาเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเชิงคุณภาพ คือ การสัมภาษณ์เชิงลึก เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการจัดการสารสนเทศประเภทห้องสมุดโรงเรียนในฝันของประเทศไทย ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและสังเคราะห์เนื้อหาด้วยการจัดหมวดหมู่และจัดลาดับ แล้วนามาเขียนแจกแจงเป็นความถี่ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. สภาพการจัดการสารสนเทศของห้องสมุดโรงเรียนในฝันของประเทศไทย พบว่า บรรณารักษ์/ครูผู้ดูแลห้องสมุดส่วนใหญ่มีเครื่องคอมพิวเตอร์สาหรับการทางานและบริการ มี 1-5 เครื่อง มีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการปฏิบัติงานของแหล่งการเรียนรู้ โดยเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์สาหรับการใช้อินเทอร์เน็ต และมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในแหล่งการเรียนรู้ประเภทห้องสมุด ซึ่งมีวัตถุประสงค์การใช้อินเทอร์เน็ตของห้องสมุดเพื่อการศึกษา บรรณารักษ์/ครูผู้ดูแลห้องสมุดส่วนใหญ่มีความรู้ความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด รองลงมา คือ อินเทอร์เน็ตเอ็กพลอเรอร์ และโปรแกรมไมโครซอฟต์เอ็กซ์เซล มีการใช้โปรแกรมการจัดการระบบสารสนเทศของห้องสมุด โดยส่วนใหญ่ประสบปัญหาการใช้คอมพิวเตอร์ของห้องสมุด ส่วนใหญ่ใช้โปรแกรมห้องสมุดทางานด้านการยืม-คืนรายการสารสนเทศ และนาเสนอข้อมูลด้านการส่งเสริมการอ่าน ด้านปัญหาพบว่าส่วนใหญ่มีจานวนเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เพียงพอ และปัญหาด้านโปรแกรมห้องสมุดในการลงรายการไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร บรรณารักษ์/ครูผู้ดูแลห้องสมุด ส่วนใหญ่มีแผนพัฒนาบุคลากร แผนพัฒนาบุคลากร โดยมีการพัฒนาครูและนักเรียนเพื่อการใช้บริการของห้องสมุด โดยภาพรวมพบว่าบรรณารักษ์/ครูผู้ดูแลห้องสมุดส่วนใหญ่มีการใช้สารสนเทศของห้องสมุดโรงเรียนในฝันของประเทศไทยอยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ ด้านประเภทสิ่งพิมพ์ ด้านประเภทสิ่งไม่ตีพิมพ์ และด้านประเภทเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 2. ด้านแนวทางการพัฒนาการจัดการสารสนเทศประเภทห้องสมุดโรงเรียนในฝันของประเทศไทย พบว่า ประเด็นที่ 1 ด้านแผนงานการจัดการสารสนเทศแหล่งเรียนรู้ประเภทห้องสมุด พบว่าโรงเรียนส่วนใหญ่มีแผนพัฒนาระบบสารสนเทศของแหล่งเรียนรู้ประเภทห้องสมุด มีการปฏิบัติตามแผนพัฒนาระบบสารสนเทศของแหล่งเรียนรู้ประเภทห้องสมุด วิธีการประเมินผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนาระบบสารสนเทศส่วนใหญ่มีการปฏิบัติ 3 ช่วง คือ ก่อน ระหว่างดาเนินงานและสิ้นสุด โดยใช้แบบสอบถาม แบบสังเกตพฤติกรรม และแบบวัดความพึงพอใจตามสภาพจริง มีผู้รับผิดชอบการจัดระบบสารสนเทศแหล่งเรียนรู้ประเภทห้องสมุดส่วนใหญ่มีการจัดกิจกรรมในห้องสมุด ได้แก่ กิจกรรมพี่ชวนน้องอ่าน กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน ประเด็นที่ 2 ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ พบว่าส่วนใหญ่มีการนาเครื่องคอมพิวเตอร์จัดเก็บข้อมูลของห้องสมุด จัดการลงทะเบียนหนังสือ ระบบยืม-คืน การสืบค้นข้อมูล และจัดเก็บสถิติเข้าใช้ห้องสมุด เครื่องคอมพิวเตอร์พบว่าส่วนใหญ่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียน ครู ค้นคว้าข้อมูลทาผลงานวิชาการรายงาน และศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง บุคลากรของโรงเรียนมีความรู้ความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการปฏิบัติงาน และต้องการบุคลากรเพิ่มขึ้น คุณลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ต้องมีคุณลักษณะเฉพาะสูงขึ้นเพื่อรองรับโปรแกรมใหม่และเร็วมากขึ้นเพื่อจะสะดวกในการค้นคว้ามีพื้นที่เนื้อหาความรู้ที่เป็นประโยชน์ความเคลื่อนไหวของข่าวสารข้อมูล ควรมีเว็บไซต์เพื่อการเผยแพร่ระบบสารสนเทศของแหล่งเรียนรู้ โดยส่วนใหญ่พัฒนาเว็บไซต์เพเผยแพร่ระบบสารสนเทศให้เข้าถึงได้ตลอดเวลาและเพื่อเผยแพร่ผลงานการดาเนินงานกิจกรรมของห้องสมุด ประเด็นที่ 3 ด้านโปรแกรมการจัดการระบบสารสนเทศแหล่งเรียนรู้ พบว่าวัตถุประสงค์ในการใช้โปรแกรมแหล่งการเรียนรู้มีการหาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ส่วนใหญ่ เพื่อนาไปใช้ในการเรียนการสอนใช้วิเคราะห์สารสนเทศ บันทึกข้อมูลในห้องสมุด ลงทะเบียนหนังสือ ค้นหาหนังสือ บริการ ยืม-คืน สถิติการใช้ห้องสมุด สถิติหนังสือยอดนิยม สถิติยอดนักอ่าน ทาบัตรสมาชิกห้องสมุด และควรเป็นระบบที่สนับสนุนการจัดการห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ที่เด็มรูปแบบ เพื่อสามารถจัดเก็บข้อมูลโรงเรียน ข้อมูลกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระข้อมูลประวัติของโรงเรียน แหล่งเรียนรู้วิทยากรท้องถิ่น พระ ครู ความรู้วัฒนธรรม และประเพณีข้อมูล และลักษณะรายละเอียดของแหล่งเรียนรู้ เพื่อจัดเก็บประวัติ/ความเป็นมาที่ต้องการใช้ประโยชน์และอื่นๆ รวมทั้งสามารถแสดงข้อมูล เนื้อหา สถิติการใช้ห้องสมุดประจาวัน สถิติการอ่านหนังสือของนักเรียนได้ และโปรแกรมแหล่งเรียนรู้ประเภทห้องสมุดที่มีความสามารถในการบันทึกรายการ การแก้ไขรายการสารสนเทศ การยกเลิกสารสนเทศ การค้นคืนสารสนเทศ การใช้งานร่วมกับโปรแกรมของโรงเรียน สามารถสืบค้นได้ตลอดเวลาผ่านระบบอินเทอร์เน็ตในรูปแบบของโปรแกรมห้องสมุดโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา โดยสามารถจัดเก็บข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ เช่น เอกสาร ไฟล์ PDF presentation file เว็บไซต์ แผ่นซีดีรอม และฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น มีรูปแบบที่เป็นสากลสามารถใช้ได้สะดวกและสามารถใช้ได้เกิดประโยชน์กับผู้เรียนได้และเป็นประโยชน์กับชุมชนเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดระบบการพัฒนาสารสนเทศของโรงเรียนต่อไป จัดเก็บเฉพาะข้อมูลที่สาคัญ ไม่เสื่อมสภาพง่ายมีรูปแบบง่าย น่าสนใจ ค้นหาสะดวก ถูกต้อง ทันสมัย และการที่งบประมาณมีน้อยทาให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา สอดคล้องกับเกณฑ์การประกันคุณภาพทางการศึกษาของโรงเรียนในรูปแบบออนไลน์ ในรูปแบบ PDF และสามารถดาวน์โหลดได้ ข้อมูลทันสมัย วิธีการใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน ประเด็นที่ 4 ด้านปัญหาการจัดการระบบสารสนเทศ พบว่ามีปัญหาเรื่องขาดแคลนอัตรากาลังครูบรรณารักษ์ และไม่มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ขาดครูผู้รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ดูแลประจา ขาดบรรณารักษ์ผู้รับผิดชอบโดยตรง ขาดบุคลากรในการบารุงรักษาวัสดุอุปกรณ์ ขาดผู้มีความรู้เฉพาะทางอยากมีเจ้าหน้าที่หรือบรรณารักษ์ประจาอยู่ห้องสมุด ขาดบุคลากรที่มีความรู้ด้านบรรณารักษ์ ขาดความรู้ที่ในการใช้โปรแกรม และการแก้ปัญหาเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ขัดข้อง บุคลากรขาดความรู้ในการแก้ไขและซ่อมบารุงโปรแกรมเบื้องต้น เมื่อเกิดปัญหาบางครั้งติดต่อผู้ดูแลระบบไม่ได้ อุปกรณ์ที่ใช้ในการให้บริการไม่เพียงพอกับผู้ใช้บริการ และโรงเรียนขาดงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์สนับสนุนห้องสมุด

คำสำคัญ

1. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Using Information and Communication Technology) 2. โครงการหนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนในฝัน (Schools in the Lab School Project)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

รูปแบบการสอนการรู้สารสนเทศของนักศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยราชภัฏในประเทศไทย

นางสาวณัฏฐภรณ์ เสารยะวิเศษ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี พ.ศ. 2555

บทวิพากษ์วิธีวิทยาการวิจัยทางการศึกษาในประเทศไทย

วารุณี ลัภนโชคดี สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. 2557

การสร้างสรรค์องค์ความรู้และการเผยแพร่แหล่งความรู้ของห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย

สุมน ถนอมเกียรติ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยศรีปทุม พ.ศ. 2554

สถานการณ์ห้องสมุดโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในประเทศไทย

ชโรชีนีย์ ชัยมินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2563

Guidelines for Development of Information Management Systems for Lab School Libraries in Thailand

สายสุดา ปั้นตระกูล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2562

การออกแบบรูปแบบระบบสารสนเทศเพื่อจัดการการศึกษาแบบบูรณาการการเรียน กับการทำงานของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในประเทศไทย

สุริยะ พุ่มเฉลิม วิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก พ.ศ. 2558

การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมสร้างเสริมการมีจิตสาธารณะของนักศึกษามหาวิทยาลัยในประเทศไทย

จินตนา เทียมทิพร สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2559

การศึกษาสภาพการบริหารจัดการเพื่อการเตรียมความพร้อมของห้องสมุด มหาวิทยาลัยในประเทศไทยสู่ประชาคมอาเซียน

ฐิติยา เนตรวงษ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2559

การจัดการเรียนการสอนวิชาสารสนเทศศาสตร์ในประเทศไทย

ชลภัสส์ วงษ์ประเสริฐ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2558

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิธีสอนและการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ด้วยโครงงานฐานวิจัยสำหรับนักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

วทัญญู ขลิบเงิน พ.ศ. 2561