Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2556

การศึกษาการใช้ประโยชน์ Spirodela polyrrhiza ในการผลิตเอธานอล

โชคชัย กิตติวงศ์วัฒนา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2556

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

Spirodela polyrrhiza หรือ “แหนเป็ดใหญ่” เปการศึกษาเบื้องต้นได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากพืชชนิดนี้ในการผลิตไบโอเอธานอลเพื่อเป็นแหล่งพลังงานทางเลือก งานวิจัยชิ้นนี้ได้ทำการศึกษาหาสภาวะที่เหมาะสมสำหรับเอนไซม์ alpha-amylase ในการย่อยสลายแป้งที่สะสมใน S. polyrrhiza ให้เป็นน้ำตาลรีดิวซิงค์ และครอบคลุมไปถึงการเปรียบเทียบอัตราการเจริญเติบโต ปริมาณน้ำตาลรีดิวซิงค์ และปริมาณเอธานอลจาก Spirodela polyrrhiza 3 สายพันธุ์ที่เก็บรวบรวมมาจากพื้นที่ที่แตกต่างกัน ได้แก่สายพันธุ์ ลาดกระบัง1, ลาดกระบัง2 และลาดกระบัง3 ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าความแตกต่างในระดับสายพันธุ์ของพืชทั้ง 3 สายพันธุ์ส่งผลต่ออัตราการเจริญเติบโตและปริมาณน้ำตาลรีดิวซิงค์ที่ได้จากการย่อยสลาย โดยพบว่าในช่วงระยะเวลา 24 วัน พืชสายพันธุ์ ลาดกระบัง1 และลาดกระบัง3 มีอัตราการเจริญเติบโตในแง่ของน้ำหนักสด น้ำหนักแห้ง และพื้นที่ใบสูงกว่าสายพันธุ์ลาดกระบัง2 การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเอนไซม์ alpha-amylase เพื่อใช้ร่วมกับเอนไซม์ pullulanase และ amyloglucosidase แสดงให้เห็นว่าการใช้อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส pH 6 เป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมงให้ค่าเฉลี่ยของน้ำตาลรีดิวซิงค์สูงที่สุด และเมื่อเปรียบเทียบปริมาณน้ำตาลรีดิวซิงค์ในพืชทั้ง 3 สายพันธุ์พบว่า สายพันธุ์ลาดกระบัง1 ลาดกระบัง2 และลาดกระบัง3 ให้ปริมาณน้ำตาลรีดิวซิงค์เฉลี่ยเท่ากับ 27.68+0.59, 29.63+0.50 และ 13.49+0.42 กรัมต่อลิตร ตามลำดับ อย่างไรก็ดีผู้วิจัยพบว่าเมื่อนำผลผลิตที่ได้จากการย่อยสลายแป้งของพืชทั้งสามสายพันธุ์ไปใช้ในกระบวนการผลิตเอธานอลโดยการหมักร่วมกับ Saccharomyces cerevisiae สายพันธุ์ TISTR 5606 เป็นระยะเวลา 3 วัน พืชสายพันธุ์ลาดกระบัง3 ให้ค่าเฉลี่ยของปริมาณเอธานอล 6.25+0.08 กรัมต่อลิตร และสูงกว่าสายพันธุ์ลาดกระบัง 1 และลาดกระบัง2 งานวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่าความแตกต่างของ S. polyrrhiza ในระดับสายพันธุ์มีผลต่อการเจริญเติบโต ปริมาณน้ำตาลรีดิวซิงค์ และปริมาณเอธานอลที่ได้

คำสำคัญ

FermentationStarchBioethanolYeastSpirodela polyrrhiza

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาวิธีการที่มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์สำหรับผลิตไบโอเอทานอลจากลำต้นหญ้าเนเปียร์

นิติญา จวบทรัพย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2561

การใช้ประโยชน์ของชานอ้อยหมักด้วยแบคทีเรียสายพันธุ์แลคโตบาซิลัสและสารเสริมในอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

โครงการวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อยเพื่ออุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมชีวภาพ

นัฐภัทร์ คำหล้า กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2565

การผลิตไบโอ-เอทานอลในระบบอาหารเหลวเชื้อผสมผลิตจากน้ำตาลรีดิวซ์ที่ย่อยสลายกากมันสำปะหลังในระบบอาหารแข็งโดยรา Amylomyces rouxii YTH3 และแบคทีเรียย่อยแป้ง

ฒาลิศา ยุวอมรพิทักษ์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2560

การศึกษาการเพิ่มคุณภาพกากมันสำปะหลังผสมยีสต์ Saccharomycescerevisiae หมักกากน้ำตาลเป็นอาหารในกระบือปลัก

สิทธิศักดิ์ คำผา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2552

คุณค่าทางโภชนาการ น้ำตาล กรดอินทรีย์ สารออกฤทธิ์ชีวภาพ และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของน้อยหน่าเครือ

ภรัณยา ธิยะใจ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2559

การใช้ประโยชน์ชานอ้อยจากอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาลเพื่อผลิตกรดแลกติกและสารมูลค่าเพิ่มภายใต้แนวคิดขยะเหลือศูนย์

อภิลักษณ์ สลักคำ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

พืชลดระดับน้ำตาลตามคติชาวบ้านไทยกับกิจกรรมการยับยั้งอะไมเลส ;รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์

อโนชา ตั้งโพธิธรรม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2553

การพัฒนาการจัดกระบวนการผลิตสุรากลั่นจากน้ำตาลโตนด

ชำนิ กิ่งแก้ว วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2555

การผลิตเอทานอลจากฟางข้าวด้วยยีสต์แบบกักเก็บ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ หาญเมืองใจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2559