กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การผลิตเอทานอล จากวัชพืชน้ำร้ายแรง ที่ใช้ศึกษา 5 ชนิด ได้แก่ ผักตบชวา (Eichhornia crassipes)จก (Pistia stratiotes) คีปลีน้ำ(Polamogeton malaianus) ธูปฤาษี (Typha angustijolia) และสันตะวาใบพาย (Otlelia aismoides) ศึกษาลักษณะทางพฤกษศาสตร์ และการแพร่ระบาด ศึกษาปริมาณน้ำในต้นพืช พบว่า จอกมีปริมาณน้ำสูงที่สุด 93.73% ผักตบชวา และสันตะวาใบพาย เท่ากัน 88.35% ดีปสีน้ำ ต่ำสุค 86.37% การวิเคราะห์หาปริมาณ เยมิเซลลูโลส และเซลถูโลสมีปริมาณใกล้เคียงกัน การนำผักตบชวา จอก ดีปลีน้ำ รูปฤาษี และ สันตะวาใบพาย มาปรับสภาพที่เหมาะสม คือใช้ไอน้ำที่ อุณหภูมิ 130*C ภายใต้ความดัน 15 ปอนค์ตารางนิ้ว เป็นเวลานาน 30 นาที โดยใช้ความเข้มข้น 0.1 M.กรดซัลฟูริก สารประกอบ เซลถูโลสในต้นพืชจะถูกนำมาย่อยด้วยเอนไซม์ ผสมะหว่าง เซลลูโลส ไซลาเนส และเพคติ เนส ที่ PH 5.0 ใช้0.05 M. ในซิเตรทฟอสเฟตบัฟเฟอร์ การย่อยสลายเป็นน้ำตาลมากที่สุดของ สารประกอบเซลลูโลส ภายหลัง 48 ชม. . เมื่อบ่มที่อุณหภูมิ ร0"C ทำให้เป็นน้ำตาลก่อนการหมัก โดยใช้เชื้อเคี่ยว Candida tropicalis TISTR 5045 ผักตบชวา จอก ปลีน้ำและสันตะวาใบพาย ให้ปริมาณเอทานอลต่ำสุดให้ผลแตกต่างกันทางสถิติ เชื้อเดี่ยว Saccharomyces cerevisiae TISTR 50458 ผักตบชวา จอก ดีปลีน้ำและสันตะวาใบพาย ให้ปริมาณเอทานอลที่สูงขึ้นให้ผล แตกต่างกันทางสถิติ การผลิตเอทานอลโดยใช้เชื้อผสม Saccharomyces cerevisiaellละ Candida tropicalis ในอัตราส่วน 1:1ให้ผลผลิตเอทานอลมากที่สุด จากการเปรียบเทียบวัชพืช ทั้งหมดพบว่า ความเข้มข้นเอทานอลที่ได้มีความแตกต่างกันทางสถิติ จากดีปสีน้ำ สูงที่สุดได้ 2.58 กรัมต่อถิตร สันตะวาใบพายได้สูงรองลงมา 1.45 กรัมต่อลิตร ผักตบชวารองลงมา 1.29 กรัมต่อถิตร และจอกให้ผลต่ำสุด 1.1 1 กรัมต่อถิตร ผลผลิตเอทานอล (C.) และอัตราการผลิตเอ ทานอล (Q.) ให้ผลไม่แตกต่างกันทางสถิติ จากผลการศึกษาพบว่า รูปฤาษีไม่พบเอทานอล อาจจะเนื่องมาจากการปรับสภาพไม่เหมาะสมจึงไม่สามารถที่จะย่อยสารประกอบเซลดูโลสใน ดันธูปฤๅษีให้เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวได้