การพัฒนาระบบบริหารจัดการและระบบบัญชีสำหรับธุรกิจชุมชนในพื้นที่ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาระบบบริหารจัดการของกลุ่มธุรกิจชุมชนในพื้นที่ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ 2) เพื่อพัฒนาระบบบัญชีสำหรับธุรกิจชุมชนให้ได้ระบบบัญชีที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินงานของชุมชนในพื้นที่ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินงานวิจัยแบบมีส่วนร่วม เพื่อให้ได้ต้นแบบในการดำเนินงานที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างคือ วิสาหกิจชุมชนฮับแม่วิน จำนวน 41 คน ผลการวิจัย พบว่า 1) ปัญหาด้านการดำเนินงานของกลุ่ม คือการดำเนินงานไม่เป็นไปตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ สมาชิกไม่ทราบถึงบทบาทของตนเองในกลุ่ม แยกกันผลิตสินค้า ทำให้สินค้ามีต้นทุน และเวลาผลิตสูง การกระจายรายได้ไม่ทั่วถึง ผลการพัฒนาระบบบริหารจัดการของกลุ่ม แบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ การสร้างโครงสร้างองค์กร การจัดการการผลิต และการจัดการด้านการเงิน เมื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการ ทำให้สมาชิกรู้ถึงบทบาทหน้าที่ของตัวเอง สามารถประเมินรายได้จากการเข้ามาร่วมปฏิบัติงานได้ มีความกระตือรือล้นที่จะเข้าร่วมดำเนินธุรกิจกับกลุ่มมากขึ้น และมีความพึงพอใจต่อการจัดทำระบบบริหารจัดการของกลุ่มโดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) ปัญหาด้านบัญชีของกลุ่ม คือ มีการจดบันทึกรายการค้าต่าง ๆ ลงในสมุดบัญชี แต่ไม่เป็นระบบ ขาดเอกสารประกอบการลงบัญชี ไม่มีแบบฟอร์มและสมุดบัญชีที่เหมาะสม ประธานกลุ่มเป็นผู้จดบันทึกรายการคนเดียวทั้งหมด ไม่สามารถถ่ายทอดรายละเอียดให้กับสมาชิกในกลุ่ม ผลการพัฒนาระบบบัญชีที่สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินงานของกลุ่ม คือใช้เกณฑ์เงินสด ประกอบด้วย 1) สมุดบัญชี 7 เล่ม ได้แก่ สมุดบัญชีขาย-รับฝากขาย สมุดบัญชีขาย-สินค้ากลุ่ม สมุดบัญชีเงินสดจ่าย สมุดคุมงานระหว่างทำ สมุดคุมสินค้า งบต้นทุนการผลิต และงบกำไรขาดทุน 2) ฟอร์มเอกสาร ได้แก่ ใบเสร็จรับเงิน และใบสำคัญจ่าย 3) ป้ายสินค้า (Tag) รหัสสินค้า (Code) และรหัสลับ เมื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านบัญชี พบว่า สมาชิกเข้าใจระบบบัญชีมากขึ้น ประธานกลุ่มสามารถบันทึกรายการลงในสมุดต่าง ๆ ได้ถูกต้อง สามารถจัดเก็บเอกสารตั้งต้นในการทำบัญชีได้ ทำให้การจัดทำบัญชีของกลุ่มเป็นระบบ มีความน่าเชื่อถือ ระดับความความพึงพอใจต่อการพัฒนาระบบบัญชีของกลุ่มโดยรวมอยู่ในระดับมาก