การวิเคราะห์เมตาโปรตีโอมิกส์ในกลุ่มจุลินทรีย์ที่อยู่ร่วมกับรากข้าวและโปรตีโอมในข้าวต่อการผลิตก๊าซมีเทน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ก๊าซมีเทน (CH4) เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่ปลดปล่อยจากภาคการเกษตรของประเทศไทย ที่มีศักยภาพในการทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน โดยแหล่งที่ผลิตและปล่อยก๊าซมีเทนแหล่งใหญ่ที่สุดจากภาคการเกษตรเกิดการนาข้าว งานวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อหาชนิด หน้าที่ และระดับการแสดงออกของโปรตีนในใบและรากข้าวพันธุ์ที่มีการปลดปล่อยก๊าซมีเทนสูงหรือต่ำ 2) เพื่อหาชนิดและปริมาณของโปรตีโอมของกลุ่มจุลินทรีย์ที่อยู่รอบรากข้าวที่เกี่ยวข้องกับการผลิตก๊าซมีเทน ข้าวที่ใช้ในการทดลอง มีจำนวน 2 พันธุ์ ได้แก่ ไรซ์เบอร์รี่ และ กข43 เก็บผลการทดลองในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน พ.ศ. 2654 วัดปริมาณก๊าซมีเทน 12 ครั้ง พบว่าข้าวพันธุ์ไรซ์เบอร์รี่ มีอัตราการปล่อยก๊าซมีเทนสูงกว่าข้าวพันธุ์ กข43 ในทุกช่วงการเจริญเติบโต และอัตราการปล่อยมีเทนมากที่สุดในระยะการเจริญเติบโตทางสืบพันธุ์ การศึกษาทางโปรตีโอมิกส์ เก็บผลการทดลอง 3 ช่วงระยะ คือ การเจริญเติบโตทางลำต้น การเจริญเติบโตทางสืบพันธุ์ และสุกแก่ พบโปรตีนที่จำเพาะในใบข้าว ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเจริญเติบโต และการสืบพันธุ์ โปรตีนที่พบเฉพาะในใบและรากข้าวพันธุ์ไรซ์เบอร์รี่ มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ได้แก่ Phosphoglycerate kinase, Elicitor-inducible cytochrome P450 และ Ribulose bisphosphate carboxylase large chain และพบโปรตีนที่เกี่ยวข้องในวิถีการสังเคราะห์อื่น ได้แก่ Metabolism, Oxidative phosphorylative, Glycolysis, Secondary metabolites, Pentose phosphate pathway, Galactose metabolism, Fructose and mannose metabolites, Glyoxylate and dicarboxylate metabolism, Pyruvate metabolism และ Krebs cycle นอกจากนี้ โปรตีนที่ได้จากแบคทีเรีย 3 กลุ่ม ได้แก่ Firmicutes, Chloroflexi และ Cyanobacteria มีการเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลาการปลูก พบโปรตีนมากที่สุดในข้าว ทั้ง 2 พันธุ์ ที่มีการเติบโตระยะการเจริญทางลำต้น และมีโปรตีนจากแบคทีเรียทั้ง 3 กลุ่มในข้าวพันธุ์ กข43 มากกว่าข้าวพันธุ์ไรซ์เบอร์รี่ ในระยะสุกแก่ ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง (ABC transporter protein และ Magnesium transporter protein CorA) ทรานสคริปชัน (POK family และMetalloregulator ArsR/SmtB family transcription factor) และการส่งสัญญาณ (Serine/threonine kinase) จากการวิจัยครั้งนี้ พบโปรตีนในใบ ราก และแบคทีเรียที่อาศัยในดินรอบราก ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต และปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงพันธุ์ข้าวเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแต่ยังคงคุณสมบัติที่ดีของพันธุ์ข้าว ตลอดจนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี หรือกำหนดเป็นนโยบายในการดำเนินงานขององค์กร ในภาครัฐ ภาคเอกชนหรือนำไปใช้ประโยชน์ทางด้านสังคม และชุมชน