กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเรื่อง ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู บริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาการของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ประเพณีและพิธีกรรมของพราหมณ์ และอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้ข้อมูลจากเอกสารข้อมูล โบราณวัตถุสถาน ข้อมูลจากการสัมภาษณ์และสังเกต ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ได้เริ่มเข้ามาเผยแพร่ครั้งแรกบริเวณคาบสมุทรสทิงพระ ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๒ แบ่งออกเป็น ๒ นิกาย ได้แก่ ไศวนิกาย (บูชาพระศิวะ) และไวษณพนิกาย (บูชาพระนารายณ์) โดยมีเทวสถานถ้ำขุดเขาคูหา อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เป็นศูนย์กลางของศาสนา แต่หลังพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ได้ขยายตัวไปทางฝั่งตะวันตกของทะเลสาบสงขลา พร้อมกับการเกิดเมืองพัทลุงขึ้นบริเวณใกล้เคียงกับวัดเขียนบางแก้ว ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๐ ทำให้กลุ่มพราหมณ์มีบทบาทสำคัญในการประกอบพิธีกรรมให้บ้านเมือง เช่น พิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา พิธีเสียเคราะห์เมือง พิธีแรกนาขวัญ เป็นต้น แต่หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชเป็นระบอบประชาธิปไตย พ.ศ. ๒๔๗๕ พราหมณ์พัทลุงได้หันไปประกอบพิธีกรรมให้ชาวบ้านมากขึ้น เช่น พิธีสวดบ้าน พิธีสวดวัด พิธีรดน้ำสังข์คู่บ่าวสาว เป็นต้น ส่วนประเพณีและพิธีกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ที่พราหมณ์พัทลุงได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา ได้แก่ ประเพณีทำบุญข้าวเม่าหรือประเพณีทำบุญปีใหม่ ตรงกับวันขึ้น ๑ ค่ำเดือน ๔ ของทุกปี ประเพณีบวชพราหมณ์ พิธีกรรมสรงน้ำเทวรูป พิธีกรรมตักบาตรใบบัว ประเพณีงานศพ นอกจากนี้ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ได้เข้ามามีอิทธิพลในวิถีชีวิตของผู้คนบริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาในด้านต่าง ๆ มากมายจนกลายเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น อิทธิพลทางด้านศิลปกรรม อิทธิพลทางด้านวรรณกรรม อิทธิพลทางด้านพุทธาคมและไสยเวท อิทธิพลทางด้านการแสดงหนังตะลุงและโนรา อิทธิพลทางด้านประเพณีและพิธีกรรม เป็นต้น