วิถีและพลังพระมหาธาตุเจดีย์ในลุ่มทะเลสาบสงขลา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเรื่อง วิถีและพลังพระมหาธาตุเจดีย์ในลุ่มทะเลสาบสงขลา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและความหมายของพระมหาธาตุเจดีย์บริเวณลุ่มทะเลสาบสงขลา และเพื่อศึกษาวิถีและพลังของพระมหาธาตุเจดีย์ที่มีอิทธิพลต่อสังคมและวัฒนธรรมบริเวณลุ่มทะเลสาบสงขลา ผลการศึกษาพบว่า ก่อนที่พุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์จะเผยแพร่เข้ามาในดินแดนประเทศไทยรวมทั้งบริเวณคาบสมุทรภาคใต้ ชุมชนต่าง ๆ ในบริเวณคาบสมุทรภาคใต้ซึ่งมีพัฒนาการมาแล้วตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์นั้น เริ่มมีการนับถือศาสนาแล้วเมื่อเข้าสู่สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ ซึ่งมีปรากฏทั้งศาสนาพราหมณ์ฮินดู ลัทธิไศวนิกายและไวษณพนิกาย และศาสนาพุทธ นิกายเถรวาทและมหายาน โดยความเชื่อทางศาสนาดังกล่าวนี้ก็เข้ามาในบริเวณลุ่มทะเลสาบสงขลาด้วยเช่นกัน นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๙ เป็นต้นมา นครศรีธรรมราชได้เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่พุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์ มีการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ซึ่งมีรูปแบบที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะลังกาเป็นส าคัญ นอกจากนี้ นครศรีธรรมราชยังมีบทบาทในฐานเป็นศูนย์กลางในการปกครองด้วยโดยมีการจัดระบบการปกครองแบบเมือง ๑๒ นักษัตร สภาพสังคมและวัฒนธรรมบริเวณลุ่มทะเลสาบสงขลาจึงอยู่ภายใต้อ านาจทางการเมืองการปกครองจากศูนย์กลางขณะนั้นด้วย ขณะเดียวกันอิทธิพลพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์ก็ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อสภาพสังคมและวัฒนธรรมในลุ่มทะเลสาบสงขลาด้วย ซึ่งพบว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ศูนย์กลางแห่งอ านาจขณะนั้นคือกรุงศรีอยุธยาซึ่งเป็นผู้ปกครองที่เมืองหลวงได้น ากุศโลบายในการปกครองบ้านเมืองบริเวณรอบทะเลสาบสงขลาโดยใช้ประเพณีกัลปนา ส่งเสริมด้านศาสนา โดยเฉพาะวัดที่มีเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่มีการสร้างพระมหาธาตุเจดีย์โดยผู้ปกครองที่เป็นผู้น าชุมชนโดยรอบทะเลสาบสงขลา ทั้งทางฝั่งตะวันตกคือที่วัดเขียนบางแก้ว และตะวันออกของลุ่มทะเลสาบคือวัดพระราชประดิษฐาน ท าให้เกิดการรวมกลุ่มของผู้คน เกิดบูรณาการทางสังคมและวัฒนธรรมในลุ่มทะเลสาบสงขลา เป็นสังคมพุทธศาสนาอันเข้มแข็ง โดยที่มีพระมหาธาตุเจดีย์เป็นศูนย์รวมจิตใจ ทั้งนี้รูปแบบของพระมหาธาตุเจดีย์ที่ปรากฏในลุ่มทะเลสาบสงขลานี้ซึ่งเป็นเจดีย์ทรงระฆังแสดงถึงอิทธิพลศิลปะลังกาและศิลปะพม่า นอกจากรูปแบบพระมหาธาตุเจดีย์ทรงระฆังที่ได้รับอิทธิพลจากพระบรมธาตุนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์แล้ว พบว่าประเพณีการแห่ผ้าขึ้นธาตุ อันเป็นประเพณีอันเก่าแก่ของพระบรมธาตุนครฯ ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อสังคมและวัฒนธรรมในบริเวณลุ่มทะเลสาบด้วย ซึ่งท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและวิถีในการปฏิบัติต่อพระมหาธาตุเจดีย์ ก่อให้เกิดศรัทธาต่อพระมหาธาตุ ถือเป็นอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ที่จะได้กราบไหว้พระพุทธองค์ เป็นพุทธบูชาอันยิ่งใหญ่