Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

วัฒนธรรมการเข้าวัดทำบุญของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดชุมพร

พรนค์พิเชฐ แห่งหน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวัฒนธรรมการเข้าวัดทำบุญที่เปลี่ยนแปลงไปของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดชุมพรตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เปรียบเทียบการเข้าวัดทำบุญระหว่างวัดมหานิกายและวัดธรรมยุต และพัฒนานวัตกรรมที่ส่งเสริมการเข้าวัดทำบุญที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา เก็บรวมรวมข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพโดยบังเอิญ ๓ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มพระสงฆ์ กลุ่มประชาชนที่มีทำบุญที่วัด และกลุ่มประชาชนที่ไม่ได้มาทำบุญที่วัด จากวัดใน ๘ อำเภอ รวม ๔๕ วัด รวมกลุ่มตัวอย่าง ๖๗๕ ตัวอย่าง ผู้ให้ข้อมูลหลัก ๑๓๕ ราย นำข้อมูลมาวิเคราะห์สถิติขั้นพื้นฐานและวิเคราะห์เชิงเนื้อหา แล้วบูรณาการข้อมูลร่วมกันนำเสนอผลวิจัยในลักษณะพรรณนาความ ผลการวิจัย ๓ ส่วน พบว่า ส่วนที่ ๑ วัฒนธรรมการเข้าวัดทำบุญเปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญของยุคสมัย ๓ ยุค ได้แก่ ยุคแรก ยุคอดีตดั้งเดิมของไทยหรือก่อนประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๑) วัดเปรียบเสมือนสถาบันเอนกประสงค์ คือนอกจากทำหน้าที่เป็นวัด เป็นที่พึ่งทางจิตใจของชาวพุทธแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางด้านการปกครอง การศึกษา สาธารณสุข และด้านอื่นของหมู่บ้านชุมชน ยุคที่สอง อดีตยุคใหม่ของไทยหรือระยะเวลาเกือบสี่ทศวรรษหลังประกาศใช้แผนฯ ๑ (พ.ศ. ๒๕๐๔–๒๕๔๐) วัดถูกโดดเดี่ยวมากขึ้นอันเนื่องมาจากงานด้านปกครอง โรงเรียน และสถานีอนามัย แยกตัวออกไปจากวัด แต่สภาพความร่วมมือแบบ บวร : บ้าน วัด โรงเรียน ยังเด่นชัดอยู่ พ่อแม่ผู้สูงอายุยังจูงมือลูกหลานไปวัด และค่อย ๆ ลดน้อยลงในช่วงท้ายยุค อันเกิดจากวิถีชีวิตที่เริ่มเปลี่ยนไปเนื่องจากวิกฤติทางเศรษฐกิจของไทย และยุคที่สาม หลังยุคใหม่ของไทยหรือระยะเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา (พ.ศ.๒๕๔๑–๒๕๖๓) หรือยุคหลังวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง เป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากภายใต้อิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์/สื่อโซเชียลต่าง ๆ พุทธศาสนิกชนต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัดและระมัดระวัง ต้องทำงานนอกบ้าน มีเวลาเข้าวัดทำบุญน้อย จนกระทั่งในปัจจุบันมีการโอนเงินทำบุญผ่านระบบออนไลน์และทำบุญกับองค์กรอื่นมากขึ้น เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน สถานสงเคราะห์ ฯลฯ แต่ก็ยังมีวัดในจังหวัดชุมพรที่ยังคงได้รับความนิยมศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนและเข้าวัดทำบุญจำนวนมาก ๔ ประเภท คือ วัดที่มีเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงพำนักจำพรรษาหรืออาจจะละสังขารไปแล้ว วัดเก่าแก่อันเป็นที่ตั้งของโบราณสถานโบราณวัตถุ วัดที่มีการเชื่อมโยงกับประเพณีแข่งเรือยาวขึ้นโขนชิงธง และวัดที่มีสถานีวิทยุเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นของตนเอง ซึ่งวัดทั้งสี่ประเภทนี้มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอนาคต ส่วนที่ ๒ การเปรียบเทียบพฤติกรรมการเข้าวัดทำบุญระหว่างวัดมหานิกายและวัดธรรมยุตไม่แตกต่างกัน พุทธศาสนิกชนเลื่อมใสในวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์เฉพาะรูป ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมหานิกายหรือธรรมยุต ส่วนใหญ่ใกล้วัดใดก็ไปทำบุญวัดนั้นหรือไปวัดที่ตนเองมีความเคารพพระสงฆ์เป็นการเฉพาะตัว และ ส่วนที่ ๓ นวัตกรรมที่ส่งเสริมการเข้าวัดทำบุญที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา เป็นสัมพันธ์เชิงเส้นตรงของ ๓ องค์ประกอบ คือ พระสงฆ์ สื่อ ฆราวาส พระสงฆ์ต้องพัฒนาตนเองให้มีทั้งหลักปริยัติหรือองค์ความรู้และวิธีปฏิบัติ เพื่อนำเสนอเส้นทางบุญตามหลักพระพุทธศาสนา ทาน ศีล ภาวนา โดยใช้สื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มและวัยของฆราวาส ส่วนฆราวาสเองก็ต้องมีความศรัทธาเชื่อมั่นต่อเส้นทางบุญดังกล่าว โดยที่การจะได้บุญมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับผู้ให้และผู้รับต้องมีศีล มีเจตนาที่บริสุทธิ์ และวัตถุสิ่งของหรือน้ำใจที่ให้ต้องบริสุทธิ์หรือมีความสุจริตเป็นที่ตั้ง นอกจากนี้ การเข้าวัดทำบุญจะได้เห็นเนื้อนาบุญที่แท้คือพระสงฆ์และได้สืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไป การทำบุญที่อื่นอาจได้เพียง ทาน แต่การเข้าวัดทำบุญจะได้ทั้งสามอย่าง ทาน ศีล และภาวนา คือ ได้ทั้งทางกาย วาจา และใจไปพร้อมกัน

คำสำคัญ

CultureวัฒนธรรมBuddhistพุทธศาสนิกชนmaking merit in the templeการเข้าวัดทำบุญ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาหลักพุทธธรรมที่ปรากฏในประเพณีสงกรานต์ของชุมชนตำบลสระแก้ว อำเภอเปือยน้อย จังหวัดขอนแก่น

สุวิน ทองปั้น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2558

ศึกษาวิเคราะห์ประเพณีออกหว่าของชาวพุทธในตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

พระอธิการอิทธิรัฐ ปญฺญาธโร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2561

ศึกษาวิเคราะห์การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในสังคมพหุวัฒนธรรม ชุมชนคลองกวาง ตำบลคลองกวาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

จันทร์รุ่ง เขียวบุญจันทร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

การปฏิบัติตนตามบุญกิริยาวัตถุของพุทธศาสนิกชน ตำบลสวนแตง อำเภอละแม จังหวัดชุมพร

สืบพงษ์ ธรรมชาติ พ.ศ. 2559

การศึกษาเปรียบเทียบความเชื่อและการปฏิบัติพิธีกรรมทางพุทธศาสนา ของชาวไทยล้านนาและชาวไทยภาคอีสาน เรื่อง มหาชาติเวสสันดรชาดก : กรณีศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดสกลนคร

ศตวรรษ มะละแซม มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร พ.ศ. 2563

การศึกษาและรวบรวมข้อมูลรูปแบบภาพตุงค่าวธรรมเพื่อการพัฒนาเป็น แหล่งเรียนรู้ศิลปกรรมทางพุทธศาสนาในจังหวัดลำปาง

อนุกูล ศิริพันธ์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พ.ศ. 2558

การศึกษาวัฒนธรรมสัมพันธ์ระหว่างใบเสมาหิน กับวิถีชีวิตชุมชนชาวพุทธในจังหวัดชัยภูมิ

พระครูปลัดพีระพันธ์ ธมฺมวุฑฺโฒ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2562

การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับประเพณีบุญข้าวของชาวพุทธ ในจังหวัดขอนแก่น

ทักษิณาร์ ไกรราช มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2560

พฤติกรรมการทำบุญของชาวพุทธไทยในสังคมปัจจุบัน

โสวิทย์ บำรุงภักดิ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2561

วัดคงคาราม จังหวัดราชบุรี: คุณค่าของทุนทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ และแนวทางส่งเสริมเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมชาวมอญในประเทศไทย

สิโรตม์ ภินันท์รัชต์ธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2562