Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2566

อารยธรรมลุ่มน้ำชี : ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาในชุมชนอีสาน

ปัญญา คล้ายเดช มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2566

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) ศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแหล่งอารยธรรมลุ่มนํ้าชี ในชุมชนอีสาน ๒) ศึกษาภูมิปัญญาแหล่งอารยธรรมลุ่มนํ้าชี ในชุมชนอีสาน และ ๓) สร้างแนวทางในการธำรงรักษาและสืบทอดแหล่งอารยธรรมลุ่มนํ้าชีในชุมชนอีสาน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยทำการวิจัยเชิงเอกสาร ดำเนินการสัมภาษณ์และสนทนากลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 42 คน และดำเนินกิจกรรมในพื้นที่วิจัยในแหล่งอารยธรรมลุ่มน้ำชีในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดสารคาม เก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาแล้วนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า ๑) แหล่งอารยธรรมลุ่มน้ำชี มีหลักฐานจากการค้นพบว่าเป็นแหล่งที่มีคนอาศัยอยู่และมีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยประวัติศาสตร์ สมัยทวารวดี สมัยลพบุรี สมัยล้านช้าง และยังมีอารยธรรมขอมในพื้นที่จำนวนมากและมีวัฒนธรรมทางภาษาที่ใช้สื่อสารกันภายในท้องถิ่นที่แตกต่างกัน วัฒนธรรมที่โดดเด่น ได้แก่ (๑) งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว (๒) งานประเพณีสงกรานต์อีสานเทศกาลดอกคูนเสียงแคน (๓) งานนมัสการพระบรมธาตุนาดูน ๒) มีภูมิปัญญาที่หลากหลาย เช่น อาหาร สมุนไพร การปั้นหม้อดินเผา และการทอผ้าไหมมัดหมี่ และภูมิปัญญาที่ปรากฏชัด คือ วัดไชยศรี ชุมชนบ้านสาวะถี จังหวัดขอนแก่น และวัดป่าเลไลย์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม นับเป็นแหล่งภูมิปัญญาที่บันทึกหลักฐาน ความเป็นมาและหลักศิลาจารึก ใบเสมา แหล่งกำเนิดหมอลำ และมีพุทธศิลปะโบราณที่เก่าแก่ คือ ฮูปแต้มหรือภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่โดดเด่นและเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน จัดเป็นภูมิปัญญาของคนอีสานลุ่มน้ำชีที่สำคัญและทรงคุณค่า ๓) แนวทางการธำรงรักษาและสืบทอดอารยธรรมลุ่มนํ้าชีในชุมชนอีสาน มี ๖ แนวทาง คือ ๑) สร้างพิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๒) สร้างศิลปะเชิงสร้างสรรค์ ๓) สร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ๔) สร้างวิสาหกิจชุมชน ๕) สร้างเครือข่ายภูมิปัญญาและวัฒนธรรม ๖) สร้างกิจกรรมการพัฒนาชุมชนที่สอดคล้องกับภูมิปัญญาและวัฒนธรรม

คำสำคัญ

CultureวัฒนธรรมภูมิปัญญาHistoryWisdomประวัติศาสตร์Chi Valley CivilizationIsan Communitiesชนชนอีสานอารยธรรมลุ่มน้ำชี

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาองค์ความรู้วงปี่พาทย์พื้นบ้าน บ้านหนองไทร ตำบลหนองไทร อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่ออนุรักษ์เเละสืบสานวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่น

พิชชาณัฐ ตู้จินดา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พ.ศ. 2558

วิถีชีวิตและวัฒนธรรมพื้นบ้านกับการสืบสานเพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมพลังทางสังคมในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์

เชษฐา จักรไชย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2564

นวัตวิถีวัฒนธรรมชุมชนกับการสำรวจวรรณกรรมใบลาน ลุ่มแม่น้ำโขง

ไชยสิทธิ์ อุดมโชคนามอ่อน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

.โส้ทั้งบั้ง : การดำรงอยู่และสืบทอดตามแนวทางนาฏศิลป์สร้างสรรค์

สรินทร คุ้มเขต มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2562

พลวัตวัฒนธรรมสู่สังคมสมานฉันท์ภายใต้วิถีสังคมท้องถิ่น นครศรีธรรมราช : กรณีไทยมลายูมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้

ดุสิต หวันเหล็ม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2556

นวัตวิถีรักษ์ถิ่น: การสืบค้นประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น

ยุทธนา ปราณีต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

การอนุรักษ์และสืบทอดประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมของคนในตำบลดงมูลเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

แขก บุญมาทัน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2558

การวิจัยฟื้นฟู ภูมิปัญญา วัฒนธรรมกะเหรี่ยง จังหวัดราชบุรี

วุฒิ บุญเลิศ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พ.ศ. 2554

การอนุรักษ์และการเพิ่มมูลค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำว่าวควายอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น: กรณีศึกษาการทำว่าวควายจังหวัดสตูล

เจตน์สฤษฎิ์ สังขพันธ์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พ.ศ. 2563

เมืองโบราณชัยภูมิ: แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ศาสนาและวัฒนธรรม

วิฑูรย์ บังสันเทียะ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2566