การดำรงอัตลักษณ์วัฒนธรรมของชาวอีสานในพื้นที่ชายแดนใต้:กรณีศึกษาตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) การดำรงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวอีสานในพื้นที่ชายแดนใต้ ๒) แนวทางการอนุรักษ์วัฒนธรรมอีสานในพื้นที่ชายแดน โดยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างเป็นประชาชนในตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส จำนวน ๒๔๐ ตัวอย่าง ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอนโดยกำหนดโควตา หมู่บ้านละ ๓๐ ตัวอย่าง หลังจากนั้นใช้วิธีสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลโดยสัมภาษณ์แบบเจาะลึก และสนทนากลุ่ม จากผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน ๔๕ คน ได้แก่ ผู้นำชุมชน แกนนำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน หน่วยงานภาครัฐ และชาวบ้าน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยการประมวลข้อมูลทางสถิติหาค่าร้อยละ นำเสนอผลการวิจัยด้วยตาราง ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพนำข้อมูลมาจำแนกหมวดหมู่ ตีความ และสร้างข้อสรุป นำเสนอด้วยวิธีพรรณนาเชิงวิเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่า การดำรงอัตลักษณ์วัฒนธรรมอีสานพบว่า ชาวบ้านในตำบลภูเขาทองมีการดำรงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอีสาน ด้านการจัดประเพณีบุญบั้งไฟ การมีส่วนร่วมในการทำบั้งไฟจุด บั้งไฟเอ้ ขบวนแห่เซิ้งบั้งไฟ และการแสดง การสื่อสารใช้ภาษาอีสานเป็นส่วนใหญ่ในคนรุ่นพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย แต่ในรุ่นลูกหลานไม่ใช้ภาษาอีสานในการสื่อสาร ส่วนอาหารการกินพบว่าชาวอีสานในพื้นที่ภูเขาทองมีการทำอาหารอีสานกินในครอบครัว และในหมู่บ้าน คนที่สอนการทำอาหารเป็นคนในครอบครัว แนวทางในการอนุรักษ์วัฒนธรรมพบว่า ควรมีการจัดประเพณีบุญบั้งไฟทุกปี ให้หน่วยงานภาครัฐสนับสนุนงบประมาณและวัตถุดิบ การจัดงานควรให้ทุกคนมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ ทุกเพศ ทุกวัย โดยไม่หวังการแข่งขันมากเกินไป การอนุรักษ์การแสดงรำเซิ้ง การเล่นดนตรี การสื่อสารภาษาอีสาน และอาหารอีสาน โรงเรียนเป็นกลไกสำคัญในการอนุรักษ์และสืบทอดโดยจัดให้เป็นส่วนหนึ่งของสาระการเรียนรู้สอดแทรกวัฒนธรรมข้ามถิ่น และพหุวัฒนธรรมในชั่วโมงอาเซียน ลดเวลาเรียนเสริมเวลารู้ ให้นักเรียนได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสร้างสำนึกรักบ้านเกิดรื้อฟื้นวัฒนธรรมอีสานตั้งเป็นชมรม หรือกิจกรรมที่สืบสานวัฒนธรรมอีสานเพื่อให้ดำรงอยู่ส่งต่อรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป