โปรแกรมการบริหารจัดการน้ำสำหรับเกาะท่องเที่ยวขนาดเล็กและขนาดกลางแบบบูรณาการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โปรแกรมการบริหารจัดการน้ำสำหรับเกาะท่องเที่ยวขนาดเล็กและขนาดกลางแบบบูรณาการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ปีที่ 1) มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลเพื่อการวางแผนพัฒนาและจัดหาแหล่งน้ำจืดเพื่อการประปาในอนาคตให้แก่เกาะขนาดกลางและเล็กอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยการสำรวจและพัฒนาระบบการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำเข้าสู่แบบจำลอง และเครื่องมือทางสหวิทยาการ ทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์ อุตุนิยมวิทยา อุทกวิทยา อุทกธรณีวิทยา ชลศาสตร์ และเพื่อเตรียมความพร้อมของชุมชนบนเกาะขนาดเล็กเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก การศึกษาความต้องการใช้น้ำของคนในชุมชน และข้อมูลทางด้านกายภาพของพื้นที่ศึกษาได้แก่ สภาพอุตุนิยมวิทยา ลักษณะภูมิประเทศ สภาพธรณีวิทยา อุทกวิทยา และอุทกธรณีวิทยา สามารถสรุปได้ว่า เกาะสีชัง มีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 4,500 คน และประชากรแฝงจำนวนประมาณ 3000 คน โดยการใช้น้ำต่อวัน สามารถแบ่งได้เป็น 3 รูปแบบ คือ บ้านเรือน 253 ตัน สถานที่ราชการ 28 ตัน สถานประกอบการ 80 ตัน รวมการใช้น้ำ 361 ตัน ซึ่งในอนาคตพบว่าปริมาณการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปริมาณของประชากรแฝง และสภาพอากาศที่ร้อน นอกจากนี้ประชากรในพื้นที่ยังไม่เชื่อมั่นในการบริโภคน้ำประปา ทำให้ต้องขนส่งน้ำจากแผ่นดินใหญ่เข้าสู่พื้นที่ โดยราคาค่าน้ำที่ขนส่งราคาลูกบาศก์เมตรละ 80 บาท ในขณะที่น้ำประปาในพื้นที่ราคาจะอยู่ที่ลูกบาศก์เมตรละ 10 บาท จะเห็นได้ว่าราคาแตกต่างกันถึง 8 เท่า/ลบ.ม. ถ้ามีการสร้างความเชื่อมั่นจะสามารถลดปริมาณการนำเข้าน้ำได้ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ทางด้านแหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปาไม่เพียงพอ และยังคงไม่มีการสำรวจหาแหล่งน้ำใต้ดินไว้สำหรับการผลิตน้ำประปา ทำให้น้ำจืดส่วนใหญ่มาจากน้ำฝนเป็นหลัก โดยทางสุขาภิบาลได้มีการจัดสร้างถังเก็บน้ำฝนกระจายทั่วไปตามเขตหมู่บ้านต่าง ๆ การใช้น้ำจากถังเก็บน้ำจากของทางราชการ ชาวบ้านในชุมชนสามารถได้รับน้ำดังกล่าวเป็นรายสัปดาห์ ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการบริโภค ทำให้ชาวบ้านจำเป็นต้องมีถังเก็บน้ำฝนสำหรับครัวเรือน ซึ่งหากน้ำยังไม่เพียงพออีกชาวบ้านในชุมชนจะทำการนำเข้าน้ำดื่มเพื่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน คุณภาพน้ำของแหล่งน้ำดิบในเกาะสีชังตามมาตรฐานน้ำประปาดื่มได้ของกรมอนามัยปี 2563 พบว่า พื้นที่ทั้งหมดของเกาะสีชังมีสารที่อันตรายที่เกินเกณฑ์มาตรฐานเจือปนอยู่ โดยเฉพาะบริเวณทางตอนใต้ของเกาะ พบ สี (Apparent Color), ความขุ่น (Turbidity), สารหนู (Arsenic) และฟลูออไรด์ (Fluoride) เกินเกณฑ์มาตรฐานควรหลีกเลี่ยงการนำน้ำมาใช้ในการอุปโภค-บริโภค และพบโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (coliform) และอี. โคไล (Escherichia coli) อยู่ทั่วบริเวณทั้งเกาะ อย่างไรก็ตาม บริเวณทางตอนกลางของเกาะ คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์อนุโลมสามารถใช้ในการอุปโภคได้ แต่ควรมีการบำบัดน้ำก่อนในส่วนของสภาพทางธรณีวิทยาของเกาะสีชัง ได้ทำการทดสอบคุณสมบัติในห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ASTM พบว่าตอนบนซึ่งเป็นที่ราบลุ่มและแหล่งชุมชน มีหน้าดินลึกประมาณ 0.50–1.50 เมตร มีสภาพดินทางอุทกวิทยา (Hydrologic Soil Group) เป็นชนิด D กล่าวคือ ดินมีความสามารถในการยอมให้น้ำซึมผ่านได้น้อยมาก ศักยภาพของน้ำท่าผิวดินสูง จำแนกตามมาตรฐาน Unified Soil Classification (USC) เป็นทรายปนดินเหนียว (Clayey Sand: SC) บริเวณตอนกลางของพื้นที่ศึกษาเป็นภูเขาและป่าผลัดใบ มีสภาพดินทางอุทกวิทยาเป็นชนิด C และ D กล่าวคือ ดินมีความสามารถในการยอมให้น้ำซึมผ่านได้น้อยถึงน้อยมาก จำแนกตามมาตรฐาน USC ได้เป็นดินตะกอนทรายมีค่าขีดจำกัดเหลวน้อย 50% (ML) และ ทรายปนดินเหนียว (SC) บริเวณตอนล่างเป็นที่ราบสูง ป่าผลัดใบรอฟื้นฟูและโรงงานอุตสาหกรรม มีสภาพดินเป็นลูกรัง (Clayey Gravel: GC) มีสภาพดินทางอุทกวิทยา (Hydrologic Soil Group) เป็นชนิด D กล่าวคือ ดินมีความสามารถในการยอมให้น้ำซึมผ่านได้น้อยมาก ศักยภาพน้ำท่าผิวดินสูง มีความหนาแน่น (Bulk Density) ระหว่าง 1.129–1.710 ตันต่อลูกบาศก์เมตรแหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปาไม่เพียงพอ และยังคงไม่มีการสำรวจหาแหล่งน้ำใต้ดินไว้สำหรับการผลิตน้ำประปา ทำให้น้ำจืดส่วนใหญ่มาจากน้ำฝนเป็นหลัก เบื้องต้นทางสุขาภิบาลได้มีการจัดสร้างถังเก็บน้ำฝนกระจายทั่วไปตามเขตหมู่บ้านต่าง ๆ การใช้น้ำจากถังเก็บน้ำจากของทางราชการ ชาวบ้านในชุมชนสามารถได้รับน้ำดังกล่าวเป็นรายสัปดาห์ ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการบริโภค ทำให้ชาวบ้านจำเป็นต้องมีถังเก็บน้ำฝนสำหรับครัวเรือน จากการสำรวจแหล่งน้ำดิบของโครงการด้วยวิธีธรณีฟิสิกส์ พบว่าบริเวณบ้านบ่อตาเส็งมีการตอบสนองของธรณีฟิสิกส์ไปในในทางที่มีแหล่งน้ำบาดาลอยู่ และการสำรวจด้วยการเดินเท้าพบว่า มีแหล่งน้ำผิวดินที่สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากการขาดแคลนน้ำได้การวิเคราะห์ความคุ้มทุนทางเศษฐศาสตร์ พิจารณาจากการใช้น้ำของประชากรในเกาะสีชัง ทั้ง 3 ลักษณะ คือ ที่อยู่อาศัย ราชการและธุรกิจขนาดเล็ก และรัฐวิสาหกิจ อุตสาหกรรม และธุรกิจขนาดใหญ่ โดยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 เปรียบเทียบผลตอบแทนในการลงทุนในระยะเวลา 4 ปี ด้วยวิธีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) อัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุน (B/C) และ อัตราผลตอบแทนภายในของโครงการ (IRR) พบว่า เมื่อครบเวลาโครงการ 4 ปี จะมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) 29.31 ล้านบาท อัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุน (B/C) 3.84 เท่า อัตราผลตอบแทนภายในของโครงการ (IRR) 70% โดยมีระยะเวลาในการคืนทุน (Payback Period) 2 ปี