การผลิตเส้นใยเซลลูโลสจากจุลินทรีย์ท้องถิ่นโดยใช้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรเป็นแหล่งคาร์บอน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดแยกแบคทีเรียท้องถิ่นที่มีศักยภาพสูงในการผลิตเส้นใยเซลลูโลสจากน้ำหมักชีวภาพ และศึกษาการผลิตเส้นใยเซลลูโลสจากแบคทีเรียโดยใช้วัตถุดิบเหลือทิ้งทางการเกษตรเป็นแหล่งคาร์บอน ประกอบด้วย เปลือกกล้วย เปลือกมะละกอ เปลือกแก้วมังกร และเปลือกมะม่วง โดยสามารถคัดแยกแบคทีเรียที่ผลิตเส้นใยเซลลูโลสจากตัวอย่างน้ำหมีกชีวภาพได้ทั้งหมด 11 ไอโซเลท โดยทุกไอโซเลทสามารถเจริญได้ในอาหารพื้นฐานสูตร HS แต่พบว่าไอโซเลท BE123 สามารถเจริญได้ดีและมีการผลิตเส้นใยเซลลูโลสได้น้ำหนักแห้งสูงที่สุดคือ 4.31?0.45 กรัมต่อลิตร เมื่อเพาะเลี้ยงด้วยอาหารเลี้ยงเชื้อที่ใช้เปลือกมะม่วงและเปลือกแก้วมังกรเป็นแหล่งคาร์บอน พบว่าไอโซเลท BE073 สามารถผลิตเส้นใยเซลลูโลสได้สูงที่สุดคือ 0.93?0.27 กรัมต่อลิตร และ 4.07?0.27 กรัมต่อลิตร ตามลำดับ เมื่อเพาะเลี้ยงด้วยอาหารที่ใช้เปลือกมะละกอเป็นแหล่งคาร์บอนพบว่าไอโซเลท BE052 สามารถผลิตเส้นใยเซลลูโลสได้สูงที่สุดคือ 1.08?0.05 กรัมต่อลิตร ในส่วนของเปลือกกล้วยไม่พบการผลิตเส้นใยเซลลูโลสในทุกไอโซเลท จากการตรวจสอบสายพันธุ์โดยการวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์บริเวณยีน 16sRNA พบว่าแบคทีเรียทั้ง 3 ไอโซเลทเป็นแบคทีเรียในกลุ่ม Komagataeibacter และเมื่อตรวจสอบโครงสร้างเส้นใยเซลลูโลสที่ผลิตได้พบว่ามีโครงสร้างคล้ายกับเส้นใยเซลลูโลสที่ผลิตในอาหารสูตรพื้นฐาน HS และที่ผลิตโดยแบคทีเรียสายพันธุ์ Acetobacter xylinum จากผลการการศึกษาในครั้งนี้แสดงให้เห็นได้ว่าน้ำหมักชีวภาพมีแบคทีเรียที่มีความสามารถในการผลิตเส้นใยเซลลูโลส และวัตถุดิบเหลือทิ้งทางการเกษตรสามารถใช้เป็นแหล่งคาร์บอนในการเพาะเลี้ยงแบคทีเรียและผลิตเส้นใยเซลลูโลสได้